
Aug 29, 2021 at 11:08 AM

Aug 29, 2021 at 11:08 AM

Aug 29, 2021 at 12:53 PM
สวัสดีค่ะ คุณ TaTine.C,
การมีเพศสัมพันธ์ในช่วงแรกที่ไม่ได้ใส่ถุงยางอนามัยนั้น หากสอดใส่เพียงครู่เดียว และไม่ได้มีการหลั่งน้ำอสุจิเกิดขึ้น โอกาสที่จะตั้งครรภ์ก็ไม่มีค่ะ ส่วนหลังจากนั้น หากได้ใส่ถุงยางอนามัย และมีเพศสัมพันธ์ต่อจนเสร็จ ก็จะมีโอกาสตั้งครรภ์ได้ประมาณ 2%-18% ค่ะ สำหรับยาคุมกำเนิด การทานหลังจากที่มีเพศสัมพันธ์ไปแล้ว จะไม่สามารถช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้ เพราะต้องทานต่อเนื่องไปอย่างน้อย 7 วันก่อน ยาคุมจึงจะออกฤทธิ์ค่ะ
ส่วนอาการปัสสาวะแล้วแสบ ปัสสาวะแล้วมีเลือดปน น่าจะเกิดจาก การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะส่วนล่าง ซึ่งสาเหตุของเชื้อ ได้แก่
- เชื้อแบคทีเรียชนิดต่างๆ มักเกิดตามหลังการกลั้นปัสสาวะหรือดื่มน้ำน้อย รวมถึงหลังการมีเพศสัมพันธ์
- เชื้อจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น หนองในแท้ หนองในเทียม เริม ซึ่งนอกจากอาการปัสสาวะที่ผิดปกติแล้ว จะมีตกขาวที่ผิดปกติ และอาการปวดท้องน้อยร่วมด้วย รวมถึงอาการเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์
ในเบื้องต้นแนะนำให้ดื่มน้ำเปล่ามากๆ เพื่อช่วยขับเชื้อโรคออกมา หลีกเลี่ยงการดื่มชา กาแฟ หรือแอลกอฮอล์ ไม่กลั้นปัสสาวะ หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ไปก่อนชั่วคราว หากอาการไม่ดีขึ้น ก็ควรไปพบแพทย์เพื่อรับยารักษาค่ะ
ส่วนการจะทราบว่ามีการตั้งครรภ์หรือไม่นั้น ก็ควรรอจนกว่าจะทานยาคุมจนหมดแผง หากมีประจำเดือนมาในช่วงที่ทานยาคุมที่เป็นเม็ดแป้ง ก็แสดงว่าไม่ได้มีการตั้งครรภ์เกิดขึ้น แต่หากไม่มีประจำเดือนมา ก็ควรตรวจหาการตั้งครรภ์ดูด้วยค่ะ