ถามแพทย์

  • มีเลือดออกหลังจากที่มีเพศสัมพันธ์ 2 วัน

  •  ployyyyy
    สมาชิก

    หลังจากที่มีเพศสัมพันธ์กับแฟน (สวมถุงยางอนามัย ตรวจสอบแล้วปกติ ไม่มีขาดหรือรอยรั่วค่ะหลังจากผ่านไป 2 วัน มีตกขาวกับเลือดกระปริกระปอยเป็นสะเก็ดๆ มีกลิ่นเหม็นเน่าด้วยค่ะ แล้วก็ยังรู้สึกเจ็บที่ปากช่องคลอดติดกับตรงรูทวารอยู่เล็กน้อย เลยสงสัยว่านี่จะเป็นการอักเสบติดเชื้อที่ช่องคลอดจากเพศสัมพันธ์ที่รุนแรง หรือจะเป็นเลือดล้างหน้าเด็กคะ ส่วนตัวอายุ 21 ปี มีภาวะประจำเดือนขาดอยู่แล้วค่ะ หายไป 2-3เดือนประจำเดือนก็มาที แต่ถ้าช่วงไหนนอนดึกเครียด ประจำเดือนก็จะหายไปอีกค่ะ (ล่าสุดมาวันที่ 8 มี.. 63) ตอนนี้เลยค่อนข้างเครียดว่าจะท้องรึป่าว รบกวนคุณหมอด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

    ployyyyy  พญ.นรมน
    แพทย์

     สวัสดีค่ะคุณ ployyyyy

    การมีเพศสัมพันธ์โดยใส่ถุงยางอนามัยที่ไม่มีรอยขาดหรือรั่วนั้น โอกาสตั้งครรภ์มีได้น้อยมากๆค่ะ อีกทั้งการใส่ถุงยางอนามัยยังจะช่วยป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ซึ่งมักทำให้เกิดเรื่องอขงปากมดลูกหรือช่องคลอดติดเชื้อได้ด้วย

    แต่อย่างไรก็ตามหากเป็นเพศสัมพันธ์ที่รุนแรง อาจทำให้มีการบาดเจ็บที่ช่องคลอดหรือปากมดลูกเกิดเป็นแผล มีเลือดออก มีตกขาวผิดปกติ เกิดอาการเจ็บหรือระคายเคืองช่องคลอดได้เช่นกันค่ะ หรืออาจเป็นเชื้ออื่นๆที่ไม่สัมพันธ์กับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เช่นเชื้อราในช่องคลอด

    แนะนำการไปพบสูตินรีแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แน่ชัดค่ะ ว่าเลือดที่ออกผิดปกติในช่องคลอดและเจ็บร่วมด้วยนั้น เกิดจากอะไร เบื้องต้นงดการมีเพศสัมพันธ์ไปก่อน ไม่สวนล้างช่องคลอด ยังไม่ซื้อยาเหน็บใดๆมาใช้เอง 

    ส่วนเรื่องประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ ไม่มาทุกเดือนนั้น อาจมีสาเหตุได้หลายอย่างเช่นถุงน้ำหลายใบในรังไข่ พังผืดมดลูก ผนังมดลูกบาง หรือโรคไทรอยด์ทำงานผิดปกติ แนะนำแจ้งแพทย์ที่ดูแลอีกครั้งเพื่อหาสาเหตุไปพร้อมๆกันค่ะ อาจซื้อชุดตรวจครรภ์ทางปัสสาวะมายืนยันเรื่องการตั้งครรภ์ก่อนได้ ให้ผลบวกได้ตั้งแต่ 10-14 วันหลังปฏิสนธิ แต่หากใส่ถุงยางทุกครั้ง โอกาสตั้งครรภ์มีน้อยค่ะ