ถามแพทย์

  • มีเมือกใส

  •  Rattanaporn Poolthong
    สมาชิก
    คือมีปจด.ล่าสุดวันที่23มกราค่ะ แล้วเมื่อวันที่16ที่ผ่านมามีเหมือนเมือกสีนต้ำตาลค่ะมาอยู่2วัน มาไม่เยอะมากพอติดกางเกง แล้วพอเมือกน้ำตาลมาวันที่2ตอนเช้าพอตกเย็นมีเหมือนเมือกสีใสๆปนเลือดออกมา แล้ววันถัดมามีเป็นตกขาวสีใสๆ คืออยากทราบว่าเลือดที่ผ่านมาใช่ปจด.มั้ยคะ (ระหว่างเดือนมีเพศสัมพันธ์มีการป้องกัน)

    สวัสดีค่ะ คุณ Rattanaporn Poolthong,

                        หากประจำเดือนมาวันที่ 23 ม.ค. แล้ววันที่ 16 ก.พ. ได้มีเลือดออกมา เลือดดังกล่าว อาจเป็น

                     1. เลือดออกช่วงไข่ตก แต่เลือดจะออกเพียงเล็กน้อย และมาเพียงแค่ 1 วัน 

                     2. เป็นประจำเดือนที่มีปริมาณน้อยกว่าปกติจากสาเหตุต่างๆ เช่น การมีความเครียด ทำงานหนัก น้ำหนักลด เป็นต้น

                     3. มีการอักเสบติดเชื้อในโพรงมดลูก แต่มักปวดท้องน้อยและตกขาวที่ผิดปกติร่วมด้วย และจะมีเลือดออกผิดปกติมาอีกเรื่อยๆ

                     4. ความผิดปกติที่มดลูกและรังไข่ เช่น มีติ่งเนื้อในโพรงมดลูก เยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวผิดปกติ มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก มะเร็งปากมดลูก เป็นต้น แต่ก็จะต้องมีเลือดออกมาอีกเรื่อยๆ

                     5. ผลจากการใช้ยาฮอร์โมนต่างๆ เช่น ยาเม็ดคุมกำเนิด ยาสตรี สมุนไพร อาหารเสริมต่างๆ เป็นต้น 

                     6. การผลิตฮอร์โมนของรังไข่ผิดปกติ

                     นอกจากนี้ อาจเป็นเลือดที่เกิดจากภาวะแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์ก็ได้ โดยเลือดที่ออกในช่วงก่อนหน้านั้น อาจไม่ใช่ประจำเดือน ดังนั้น อาจลองตรวจหาการตั้งครรภ์ดูก่อน หากตรวจไม่พบ แนะนำให้สังเกตอาการไปก่อน หากไม่มีเลือดออกมาอีก และในช่วงปลายเดือน ก.พ. ไม่ได้มีเลือดออกมาอีก เลือดดังกล่าวก็อาจเป็นประจำเดือนได้ค่ะ ซึ่งหากประจำดเือนในรอบต่อๆ ไปยังคงมามีปริมาณน้อยมากเช่นนี้ อาจไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ เช่น มีภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนผิดปกติ มีภาวะโลหิตจาง มีพังผืดในมดลูก เป็นต้น

                     

    สวัสดีค่ะ คุณ Rattanaporn Poolthong,

                        หากประจำเดือนมาวันที่ 23 ม.ค. แล้ววันที่ 16 ก.พ. ได้มีเลือดออกมา เลือดดังกล่าว อาจเป็น

                     1. เลือดออกช่วงไข่ตก แต่เลือดจะออกเพียงเล็กน้อย และมาเพียงแค่ 1 วัน 

                     2. เป็นประจำเดือนที่มีปริมาณน้อยกว่าปกติจากสาเหตุต่างๆ เช่น การมีความเครียด ทำงานหนัก น้ำหนักลด เป็นต้น

                     3. มีการอักเสบติดเชื้อในโพรงมดลูก แต่มักปวดท้องน้อยและตกขาวที่ผิดปกติร่วมด้วย และจะมีเลือดออกผิดปกติมาอีกเรื่อยๆ

                     4. ความผิดปกติที่มดลูกและรังไข่ เช่น มีติ่งเนื้อในโพรงมดลูก เยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวผิดปกติ มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก มะเร็งปากมดลูก เป็นต้น แต่ก็จะต้องมีเลือดออกมาอีกเรื่อยๆ

                     5. ผลจากการใช้ยาฮอร์โมนต่างๆ เช่น ยาเม็ดคุมกำเนิด ยาสตรี สมุนไพร อาหารเสริมต่างๆ เป็นต้น 

                     6. การผลิตฮอร์โมนของรังไข่ผิดปกติ

                     นอกจากนี้ อาจเป็นเลือดที่เกิดจากภาวะแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์ก็ได้ โดยเลือดที่ออกในช่วงก่อนหน้านั้น อาจไม่ใช่ประจำเดือน ดังนั้น อาจลองตรวจหาการตั้งครรภ์ดูก่อน หากตรวจไม่พบ แนะนำให้สังเกตอาการไปก่อน หากไม่มีเลือดออกมาอีก และในช่วงปลายเดือน ก.พ. ไม่ได้มีเลือดออกมาอีก เลือดดังกล่าวก็อาจเป็นประจำเดือนได้ค่ะ ซึ่งหากประจำดเือนในรอบต่อๆ ไปยังคงมามีปริมาณน้อยมากเช่นนี้ อาจไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ เช่น มีภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนผิดปกติ มีภาวะโลหิตจาง มีพังผืดในมดลูก เป็นต้น