
Apr 12, 2021 at 12:00 PM

Apr 12, 2021 at 12:00 PM

Apr 12, 2021 at 01:50 PM
สวัสดีค่ะ คุณ Viperkung13,
ตุ่มที่หนังหุ้มอัณฑะดังกล่าว อาจเป็น
1. รูขุมขนอักเสบ ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อรา หรืออาจไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ แต่เกิดจากการอุดตันของรูขุมขน มักเห็นเป็นตุ่มแดงๆ หรืออาจเป็นหัวหนองดูคล้ายสิวก็ได้ มักมีอาการเจ็บๆแสบๆ หรือคันร่วมด้วย สาเหตุอาจมาจากถอนหรือโกนขน หรือการสวมใส่เสื้อผ้าที่รัดแน่นหรือมีเนื้อผ้าหยาบเกินไป ทำให้เสียดสีผิวหนังและเกิดการระคายเคืองต่อรูขุมขน
2.ต่อมไขมัน (fordyce spot) ไม่ได้จัดเป็นโรค ลักษณะคือ เป็นเม็ดหรือตุ่มนูนสีขาว หรือเหลืองอ่อน พบได้ทั้งที่ผิวหนังของถุงอัณฑะหรือองคชาต อาจพบเม็ดเดียวหรือหลายเม็ด ไม่คันและไม่เจ็บ
3. ซีสต์ไขมันใต้ผิวหนัง มักเป็นก้อนนูนที่มีสีเดียวกับผิวหนัง ไม่ทำให้เจ็บหรือปวดอะไร
4. หูดข้าวสุก ติดต่อจากการมีเพศสัมพันธ์และการสัมผัสผิวหนังที่มีรอยโรคโดยตรง ลักษณะคือเป็นตุ่มนูนสีเหลืองหรือสีเนื้อ ผิวเรียบเป็นมันคล้ายไข่มุก ตรงกลางมีรอยบุ๋ม เมื่อกดหรือบีบให้แตก จะมีเนื้อเละ ๆ สีขาวคล้ายข้าวสุกไหลออกมา
5. เริมที่อวัยวะเพศ แต่ผื่นจะมีลักษณะเป็นตุ่มน้ำใส มีอาการแสบร้อนหรือเจ็บปวด ต่อมาตุ่มน้ำจะแตกและกลายเป็นแผล และมีน้ำเหลืองซึม
หากตุ่มเพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน และมีอาการเจ็บๆแสบ หรือคันร่วม ก็อาจเป็นรุขุมขนอักเสบได้ ซึ่งหากมีขนาดเล็กและจำนวนเพียง 1ตุ่ม ก็สามารถหายเองได้ ในเบื้องต้น ให้ฟอกทำความสะอาดด้วยสบู่ฆ่าเชื้อ หลีกเลี่ยงการโกนและถอนขน ไม่ใส่กางเกงในและกางเกงที่รัดแน่นเกินไป ไม่ไปบีบหรือแกะตุ่ม ไม่ทาครีมหรือยาอะไรที่ตุ่ม เป็นต้น แต่หากตุ่มไม่หายไป มีขนาดที่ใหญ่ขึ้น มีเจ็บและปวดมากขึ้น หรือมีจำนวนมากขึ้น หรือแตกออกกลายเป็นแผล ก็ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจรักษาค่ะ