
Feb 17, 2020 at 05:00 PM

Feb 17, 2020 at 05:00 PM

Feb 17, 2020 at 05:27 PM
สวัสดีครับ คุณ Ooa Saengjsj
ตามแผนการฉีดของสาธารณสุข เด็กไทยทุกคนจะได้รับการฉีดป้องกันบาดทะยัก ตั้งแต่เด็กอยู่แล้วครับ (เริ่มฉีดทั้งหมด 5 ครั้งที่บริเวณแขนหรือต้นแขนเมื่อเด็กอายุ 2 เดือน 4 เดือน 6 เดือน 15-18 เดือน และเมื่ออายุ 4-6 ปี) ดังนั้น โดยทั่วไปคนทั่วไปจึงมีระดับภูมิคุ้มกันบาดทะยักในระดับหนึ่งอยู่แล้ว การฉีดวัคซีนในผู้ใหญ่มักเป็นการฉีดเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้ยิ่งเพิ่มขึ้นเท่านั้น ดังนั้น ในทางสถิติ จึงไม่มีการรายงานผู้ป่วยบาดทะยักในไทย ด้วยสาเหตุดังกล่าวครับ
ส่วนรายละเอียดของเชื้อนั้น บาดทะยักสามารถแพร่ผ่านบาดแผลที่เกิดขึ้นตามร่างกาย เชื้อบาดทะยักนี้จะไปกระทบต่อระบบประสาท จึงมักทำให้มีอาการเจ็บปวดและเกร็งกล้ามเนื้อเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกล้ามเนื้อขากรรไกรและกล้าม เนื้อลำคอ มีระยะฟักตัว 3-21 วันหรืออาจนานกว่านั้น แต่โดยเฉลี่ยมักมีอาการภายใน 10-14 วันครับ
สำหรับเรื่องยาปฏิชีวนะ แนะนำว่าต้องรับประทานตามแพทย์สั่งทุกวัน ไม่ควรเหลือไว้ เพื่ออาจทำให้เชื้อโรคอื่นบริเวณผิวหนังดื้อยา และรักษายากขึ้นครับ หากคิดว่ามีปัญหาด้านการใช้ยา หรือรู้สึกมีผลข้างเคียง แนะนำพบแพทย์อีกครั้ง ไม่ควรหยุดยาเองครับ
อย่างที่กล่าวไป โอกาสติดเชื้อบาดทะยักนั้นน้อยมากๆครับ และในรายที่มีการรายงานมักพบในประเทศกันดารที่วัคซีนไม่ทั่วถึง อย่างไรก็ดี คนที่เป็นโรคนี้ก็ยังมีทางรักษา แม้ว่าอาจจะต้องใช้เวลานานเป็นสัปดาห์ก็ตามทีครับ
เรื่องแผลขอแนะนำให้ไปล้างแผลในสถานพยาบาลที่ใกล้บ้านทุกวันดีกว่าครับ เพราะถ้าเป็นแผลติดเชื้อแล้ว ควรได้รับการล้างแผลด้วยชุดเครื่องมือที่ฆ่าเชื้อมาแล้ว อย่างในโรงพยาบาล เพื่อจะได้ไม่ติดเชื้อโรคอื่นซ้ำซ้อนอีกครับ
สุดท้ายนี้ ขอย้ำว่าแผลลักษณะมักจะติดเชื้อจากเชื้อโรคที่อยู่ตามผิวหนังมากกว่าครับ หากมีอาการปวด บวม แดง หรือ เดินลำบาก ก็ควรพบแพทย์ทันที เพราะอาจบ่งบอกว่ามีการติดเชื้อที่ลึกลงไปกว่าผิวหนังครับ