ถามแพทย์

  • ผื่น

  •  เจน ติทซ์
    สมาชิก
    สวัสดีครับ ขอโทษนะครับรบกวนสอบถามครับ พอดีผมเกิด ตุ่มขึ้นทั้งตัว คอ แขน ขา ผ่ามือ แผ่นหลัง หลังมือ แต่ผมไม่มีอาการเบื่ออาหาร หรือ ไม่สบายเลยครับ อยากทราบว่าโรคที่ผมเป็นคือโรคอะไรครับ ผื่นที่ขึ้น ผมเป็นมาประมาณ 4 วันแล้วครับ ปล้วดูเหมือนจะไม่ลดลงเลย จากตอนแรกเป็นแค่ที่แขน แล้วก็เริ่มราม ครับ ตอนนี้กำลังขึ้นฝ่ามือครับ ตุ่มเม็ดเล็กๆเหมือนยุงกัดครับ

    สวัสดีค่ะ คุณ เจน ติทซ์

                         หากผื่นที่เกิดขึ้น มีลักษณะเป็นตุ่มนูนสีแดง ไม่คัน เกิดขึ้นทั่วตัว รวมถึงที่ฝ่ามือและฝ่าเท้า อาจเป็นอาการของซิฟิลิสระยะที่ 2 ได้ ซึ่งหากเคยมีเพศสัมพันธ์ และประมาณ 2 สัปดาห์ที่แล้วมีแผลเกิดขึ้นที่อวัยวะเพศ ก็น่าจะเป็นได้ แต่หากไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ ก็ไม่น่าใช่ค่ะ โดยอาจเกิดจากสาเหตุอื่นๆ เช่น

                      - ติดเชื้อที่ทำให้เป็นไข้ออกผื่น เช่น หัด หัดเยอรมัน โรคติดเชื้อโมโนนิวคลีโอสิส, อีสุกอีใส เป็นต้น อาการโดยรวมคือมักจะมีไข้นำมาก่อนแล้วจึงเกิดผื่นตามมา นอกจากนี้จะมีอาการอื่นๆ เฉพาะตามแต่ละโรคไป

                      - ผื่นแพ้ยา มักเกิดจากการใช้ยาในกลุ่ม penicillin, cotrimoxazole, ยากันชัก ต้องมีประวัติของการใช้ยามาก่อนที่จะเกิดผื่นขึ้น

                      - ผื่นลมพิษ เกิดจากการแพ้สิ่งต่างๆ ที่พบบ่อย ได้แก่ อาหารทะเล ถั่ว เต้าเจี้ยว เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ละอองเกสร พืช ขนสัตว์ เครื่องสำอาง เป็นต้น แต่มักจะมีอาการคันมากร่วมด้วย

                      - ผื่นแพ้สัมผัส มักเกิดอยู่เฉพาะบริเวณที่เกิดการสัมผัสกับสารระคายเคืองเท่านั้น แต่บางครั้งผื่นอาจแพร่กระจายได้ ส่วนมากมักเกิดจากการแพ้ นิกเกิล ยาง เป็นต้น 

     

                      - ผื่นแพ้แสง จะพบบริเวณผิวหนังที่ได้รับแสงแดด ซึ่งอาจเกิดจากผลข้างเคียงของยา เป็นโรคเอสแอลอี หรือขาดวิตามินบี 3 เป็นต้น

                      แนะนำว่าหากมีอาการที่น่าสงสัยว่าอาจเป็นซิฟิลิส ควรไปพบแพทย์เพื่อเจาะเลือดตรวจหาการติดเชื้อค่ะ