ถามแพทย์

  • มีอาการผื่นแดง ไม่คัน กินยาก็หาย แล้วก็กลับมาเป็นอีก ควรไปหาหมอไหม

  •  Jesada Nilalad
    สมาชิก
    ผื่นแดงนี้มีอาการได้ประมาณ4-5 วันแล้วครับ เป็นผื่นตุ่มเล็กๆคล้ายยุงกัดเวลากินยาแก้แพ้ก็สามารถระงับอาการได้ และหายไป อาการอย่างนี้เกิดจากสาเหตุอะไรควรรีบไปพบแพทย์ไหมครับ
    Jesada Nilalad  พญ.นรมน
    แพทย์

    สวัสดีค่ะคุณ Jesada Nilalad

    อาการผื่นแดงดังกล่าวมา อาจเกิดจาก

    1.ตุ่มแพ้จากการสัมผัส เช่น สบู่ โลชั่น น้ำหอม เป็นตุ่มแดง คัน อาจมีลักษณะผิวลอก

    2.ตุ่มแพ้จากภายในตัวเอง คือไม่มีสาเหตุจากภายนอก มักขึ้นตามข้อพับแขนและขา ข้อพับคอ เป็นตุ่มแดงคัน

    3. เชื้อราที่ผิวหนัง

    4. ตุ่มคันจากการแพ้แสง คือเป็นหลังไปสัมผัสแสงแดด แต่พบได้น้อย

    5. ผื่นลมพิษเฉียบพลันจากการแพ้อาหาร เกสรดอกไม้ ฝุ่น

    6. ตุ่มถูกแมลงกัด มักคันมาก เป็นตุ่มนูนแดง

    7. ผื่นจากการแพ้ยา 

    แนะนำว่าถ้าตุ่มเป็นหลายที่ ลุกลาม ปวด บวม แดง คันมาก ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มเติม 

    การดูแลตัวเองเบื้องต้น ทำความสะอาดผิวหนังด้วยน้ำเปล่าสะอาด หลีกเลี่ยงการใช้สบู่ถูโดยตรง ถ้าคันสามารถรับประทานยาแก้แพ้กลุ่มต้านฮิสตามีนได้ ยังไม่เอายาอะไรไปทาเองเพราะยังไม่ทราบการวินิจฉัยว่าเป็นอาการคันจากสาเหตุใด และควรหยุดยาทุกชนิดที่ไม่จำเป็นค่ะ