ถามแพทย์

  • ผื่นคัน ลุกลาม ทั่วแขนขา คันมากค่ะ

  •  gus986
    สมาชิก
    สวัสดีค่ะ ขอรบกวนสอบถามนะคะ -มีอาการ ผื่นคัน(ไม่ปวดแสบร้อน) คันเป็นพักๆ ผิวแห้ง ตอนแรกเป็นที่ท้อง ต่อมาคันที่แขน&ต้นขามากๆค่ะ ยิ่งเกาก็ยิ่งลาม ที่หลังก็มีบ้างนิดหน่อยค่ะ -เป็นมาได้1เดือน หลังจากไปขึ้นเขาแล้วเหงื่อออกเยอะมาก บางครั้งใส่กางเกงขายาวรู้สึกอับชื้นก็คันขึ้นมา แต่ที่แขนถึงแม้ไม่ได้ใส่เสื้อแขนยาวก็คันค่ะ -ไม่แน่ใจว่าแพ้เหงื่อ หรือ เพราะผื่นแพ้หลังคลอด (ลูกอายุ7เดือน) -ตอนนี้มีกินแค่วิตามินBรวมค่ะ เคยทานยาและทายารักษาอาการคันของหมอแต่ก็ไม่ค่อยดีขึ้นค่ะ -แบบนี้เป็นอาการของโรคอะไรคะ ขอบพระคุณสำหรับคำตอบมากๆเลยค่ะ รูปอาการค่ะ https://drive.google.com/folderview?id=1i5YsL4hNBvAlLjXvXMB7LH6qOoqAofJm รูปชื่อยาที่เคยทานค่ะ(รักษาอาการคัน) https://drive.google.com/file/d/1i5n3S9dFIfWj0Bgdsl7qbBr0_zWtPc6z/view?usp=drivesdk

    สวัสดีค่ะ คุณ gus986, 

                       อาการมีผื่นคันตามผิวหนัง  อาจเกิดจาก

                  1. ภูมิแพ้ผิวหนัง จะทำให้มีอาการคันผิวหนังได้ง่ายกว่าปกติ และมักเป็นมากตอนกลางคืน เกิดผื่นแดงที่ผิวหนังง่าย หรือเกิดเป็นขุยลอกตามผิวหนัง ผิวแห้ง ยิ่งเกายิ่งคัน อาการจะเป็นๆ หายๆ หากเป็นเรื้อรังนานๆ ผิวหนังจะหนาและมีรอยคล้ำ โรคภูมิแพ้ผิวหนัง มักเกิดร่วมกับโรคภูมิแพ้ระบบทางเดินหายใจ เช่น โรคหอบหืด แพ้อากาศ  สาเหตุโรคไม่แน่ชัด แต่เชื่อว่าสาเหตุจากพันธุกรรม ซึ่งโรคนี้เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายที่ตอบสนองต่อสิ่งเร้าต่างๆ ไวกว่าปกติ ทำให้เกิดอาการแพ้ขึ้น

                   2. ผื่นแพ้สัมผัส มักเกิดอยู่เฉพาะบริเวณที่เกิดการสัมผัสกับสารระคายเคืองเท่านั้น แต่บางครั้งผื่นอาจแพร่กระจายได้ ส่วนมากมักเกิดจากการแพ้ นิกเกิล ยาง เป็นต้น

                  3. การระคายเคืองจากสารเคมีต่างๆ เช่น สบู่ ครีม ผงซักฟอก เป็นต้น 

                  4. เป็นผดร้อน อาจเห็นเป็นตุ่มน้ำใสหรือเป็นตุ่มแดงขนาดเล็ก เกิดจากต่อมเหงื่อที่อุดตัน โดยเฉพาะเมื่อเหงื่อออก หรืออยู่ในสภาพอากาศที่ร้อนและชื้น และจะหายได้เองเมื่ออากาศเย็นลง มักมีอาการคันหรือเจ็บแสบร่วมด้วย

                  5. แพ้เหงื่อตนเอง ซึ่งเป็นลมพิษชนิดหนึ่งที่เกิดจากการโดนความร้อนกระตุ้น แต่ผื่นที่เกิดจะมีลักษณะเป็นปื้นแดง

                  6. ผื่นแพ้ยา มักเกิดจากการใช้ยาในกลุ่ม penicillin, cotrimoxazole, ยากันชัก โดยต้องมีประวัติของการใช้ยามาก่อนที่จะเกิดผื่นขึ้น

                  หากอาการเป็นมานาน 1 เดือนแล้ว ก็น่าจะเกิดจากภูมิแพ้ผิวหนัง หรือเป็นผดร้อนได้ ในเบื้องต้น ควรหลีกเลี่ยงการเกา เพราะอาจทำให้ติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนได้ ทายาแก้แพ้แก้คัน เช่น ไตรแอมซิโนโลน ครีม (triamcinolone cream) แต่ควรทาเฉพาะจุดที่คันมาก ไม่ควรทาทั่วตัว และห้ามใช้ติดต่อกันนานเกิน 2 สัปดาห์ นอกจากนี้ อาจทานยาแก้แพ้แก้คัน เซทิริซีน (cetirizine), ลอราทาดีน (loratadine) เป็นต้น  เป็นต้น และหลีกเลี่ยงสิ่งที่อาจกระตุ้นให้เกิดแพ้ต่างๆ เช่น ไรฝุ่น ละอองเกสรหญ้าหรือดอกไม้ สะเก็ดผิวหนังจากสัตว์ ขนสัตว์ เครื่องสำอาง อาหาร เช่น อาหารทะเล นม ถั่ว เป็นต้น นอกจากนี้ ควรเลือกใช้สบู่ โลชั่นที่อ่อนโยน ไม่ผสมน้ำหอม สารกันเสีย และไม่ควรใช้ชนิดที่ทำให้ผิวขาว ไม่อาบน้ำอุ่นจัดและนานเกินไป เป็นต้น

                  สำหรับวิตามินบีรวมที่ทานอยู่นั้น แนะนำควรหยุดทานไปก่อน เพราะไม่ได้ช่วยลดอาการลงได้ ทั้งนี้ หากทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่ เราก็จะได้รับวิตามินเพียงพออยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องทานวิตามินเสริมไปโดยไม่จำเป็นค่ะ 

                  แต่หากอาการไม่ดีขึ้น ก็ควรไปพบแพทย์เฉพาะทางผิวหนังเพื่อรักษาค่ะ