ถามแพทย์

  • ปวดหัวข้างซ้าย

  •  Na
    สมาชิก
    ปวดหัวข้างซ้ายทุกวันเลยค่ะ เลยกระหมับขึ้นมาหน่อยนึง แต่ปวดพอทนได้ ส่วนตัวเป็นคนใช้สายตาหนักทุกวันด้วยค่ะ สายตาเอียง และสั้น แล้วก็ชอบเครียดด้วยค่ะ แต่ปวดทุกวันมันน่าเบื่อมากๆเลยค่ะ จะเป็นโรคอะไรไหมคะ

    สวัสดีค่ะ คุณ Na,

                        หากอาการปวดหัว เป็นทุกวัน โดยที่ไม่ได้มีอาการรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงไม่ได้มีอาการผิดปกติอื่นๆ อีก ก็น่าจะอาการปวดศีรษะก็น่าจะเป็นแบบปฐมภูมิ ซึ่งเป็นอาการปวดที่ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด อาการจะเป็นแบบเรื้อรัง เป็นๆ หายๆ โดยสามารถแบ่งตามอาการที่ปวด ได้แก่

                       - ปวดศีรษะจากความเครียด (tension-type headache) จะปวดเหมือนมีเข็มขัดรัดรอบศีรษะ โดยตำแหน่งที่ปวดจะอยู่บริเวณท้ายทอย หน้าผาก และบริเวณขมับ มักจะพบร่วมกับอาการอ่อนเพลีย นอนไม่หลับ อาการปวดจะเป็นมากในช่วงบายถึงค่ำ ส่วนตอนเช้ามาอาการปวดจะเป็นน้อย การปวดแต่ละครั้งอาจปวดอยู่ได้นานตั้งแต่ 1 วัน จนถึง 1 สัปดาห์ อาการปวดจะถูกกระตุ้นเมื่อมีความเครียด วิตกกังวล ทำงานหนัก เรียนหนัก ใช้สายตามากไป อดนอน เป็นต้น 

                       - ปวดศีรษะไมเกรน  ส่วนใหญ่มักจะปวดข้างเดียว อาการปวดเป็นแบบตุ๊บๆ โดยส่วนใหญ่จะปวดต่อเนื่องนาน 1-3 วันแล้วหายไป ขณะปวดอาจมีอาการอื่นๆ ร่วม เช่น คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร  มึนหัว เป็นต้น บางรายจะมีอาการนำมาก่อนปวดศีรษะ เช่น เห็นแสงสว่างลักษณะซิกแซก เป็นต้น ปัจจัยที่กระตุ้นให้ไมเกรนกำเริบ เช่น ความเครียด ช่วงมีประจำเดือน อาหารบางอย่าง เป็นต้น

                     - ปวดศีรษะคลัสเตอร์ (cluster headache) เป็นอาการปวดศีรษะข้างเดียวแบบรุนแรง โดยจะมีอาการเพียงไม่กี่ชั่วโมงแล้วหายไป และปวดขึ้นมาอีกเป็นระยะๆ มักมีอาการตาแดง น้ำตาไหล น้ำมูกไหล หนังตากตกร่วมด้วย

                      ส่วนอาการปวดศีรษะแบบทุติยภูมิ เป็นอาการปวดมาจากโรคหรือความผิดปกติของโครงสร้างบริเวณศีรษะและคอ เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น เป็นไข้ติดเชื้อโรคต่างๆ ทั้งในสมองและนอกสมอง ไซนัสอักเสบ หูชั้นกลางอักเสบ มีฟันผุ เหงือกอักเสบ ปวดศีรษะจากโรคต้อหิน มีสายตาสั้น มีหลอดเลือดในสมองโป่งพอง เนื้องอกในสมอง เป็นต้น ส่วนใหญ่อาการปวดจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ และมีอาการอื่นๆ ร่วม

                        ดังนั้น อาการปวดศีรษะที่เป็นอยู่ น่าจะเป็นอาการปวดศีรษะจากความเครียดได้ การรักษาคือการพยายามลดสิ่งที่กระตุ้นให้เกิด ได้แก่ การลดความเครียด งดการใช้สายตามากไป พยายามนอนพักผ่อนให้เพียงพอ หากิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลายทำ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ งดการดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนต่างๆ เป็นต้น ทานยาแก้ปวดเฉพาะเมื่อมีอาการปวดมาก แต่หากอาการไม่ดีขึ้น ก็ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุและรักษาค่ะ