ถามแพทย์

  • ปวดข้อเท้า

  •  ppaloh
    สมาชิก
    มีอาการปวดข้อเท้าเวลาเดินหรือลงน้ำหนักเท้าที่ข้างซ้าย อยู่ดีๆก็มีอาการ ก่อนหน้านี้ประมาณ2ปีเคยเท้าพลิกที่ขาด้านซ้ายมาก่อนแล้วแต่หลังจากนั้นก็หายเป็นปกติจนอยู่ดีๆก็มีอาการข้างต้น

    สวัสดีค่ะ คุณ ppaloh,

                 อาการปวดข้อเท้า อาจเกิดจาก

                 1. ข้อเท้าแพลง เกิดจากการฉีกขาดของเส้นเอ็นบริเวณข้อเท้า ซึ่งเกิดจากอุบัติเหตุข้อเท้าพลิก 

                  2. เอ็นร้อยหวายอักเสบ เกิดจากการใช้งานมากเกินไป เช่น วิ่งหรือเดินมากไป ประกอบกับการใส่รองเท้าที่ไม่เหมาะสม  พื้นรองเท้าแข็งบริเวณส้นแข็งเกินไป รองเท้ามีขนาดไม่พอเหมาะกับเท้า การใสรองเท้าส้นสูงเป็นเวลานาน เป็นต้น หากเป็นรุนแรงก็จะเกิดเอ็นร้อยหวายฉีกขาดได้

                  3. ถุงน้ำหลังข้อเท้าอักเสบ มักเป็นผลจากการใส่รองเท้าที่คับเกินไปร่วมกับการใช้งานของเท้ามาก

                  4. กระดูกข้อเท้าหัก ซึ่งจะเกิดจากมีอุบัติเหตุหรือการเล่นกีฬา

                  5. โรคเก๊าท์  ถ้าเป็นการปวดครั้งแรกมักจะเป็นเพียงข้อเดียว ซึ่งข้อที่พบบ่อย คือ นิ้วหัวแม่เท้า บางรายอาจเป็นตรงส่วนข้อเท้า ข้อเข่า โดยข้อที่ปวดจะมีอาการบวม แดง ร้อนร่วมด้วย มักปวดมากจนเดินไม่ไหว โดยการปวดจะรุนแรงในช่วง 4-12 ชั่วโมงแรก จากนั้นจะเริ่มปวดน้อยลงและอาการจะดีขึ้นเองภายในไม่กี่วันแม้ไม่ได้รับการรักษา 

                   สำหรับประวัติที่เคยมีเท้าพลิกมาก่อนเมื่อ 2 ปี หากอาการได้หายเป็นปกติไปนานแล้ว ก็ไม่น่าเกี่ยงข้องกับการปวดใหม่ในครั้งนี้ค่ะ 

                   ดังนั้น การที่เริ่มมีอาการปวดข้อเท้าใหม่ในครั้งนี้ หากไม่ได้มีอุบัติเหตุใดๆ รวมถึงอุบัติเหตุจากการเล่นกีฬา และเท้าพลิก อาจเป็นไปได้ที่จะเป็นเอ็นร้อยหวายอักเสบ หรือถุงน้ำหลังข้อเท้าอักเสบ หรือโรคเก๊าท์ก็อาจเป็นไปได้ค่ะ

                   ในเบื้องต้น ควรลดการใช้งานของเท้า โดยการพักงาน หากเป็นอยู่ในช่วง 1-2 วันแรก ควรใช้น้ำแข็งประคบไว้ หากหลายวันแล้ว ให้ประคบอุ่นหรือแช่น้ำอุ่น หากปวดมากอาจทานยาแก้ปวดกลุ่มที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เช่น ibuprofen, naproxen, diclofenac เป็นต้น หากอาการปวดเป็นมาก หรือเป็นหลายวันไม่หาย ก็ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจรักษาค่ะ