ถามแพทย์

  • ปวดข้อมือ

  •  Ming Chonticha
    สมาชิก

    มีอาการปวดข้อมือ มาเป็นระยะเวลานึงแล้วค่ะ มีช่วงนึงอาการหายไป แล้วก็กลับมาเป็นอีก 

    จะรู้สึกปวดตรงข้อมือ เวลางอมือ ซื้อยามาทานเองอาการทุเลาไปนิดนึงค่ะ แต่ก็กลับมาเป็น แบบนี้จะผลในระยะยาวมั้ยคะ แล้วควรไปพบหมอหรือไม่

    สวัสดีค่ะ คุณ Ming Chonticha,

                         อาการปวดที่ข้อมือ อาจเกิดจาก

                        1. การอักเสบของเอ็นและปลอกหุ้มเอ็นบริเวณข้อมือ โดยจะมีอาการปวดตามแนวของเอ็นกล้ามเนื้อ ปวดในบางท่าทาง สาเหตุส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นภายหลังจากการใช้งานมากจนเกินไป การออกกำลังกายมากไป หรือออกผิดท่าทาง แต่อาจเกิดจากโรคบางอย่างก็ได้เช่น โรคเบาหวาน หรือโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์

                        2. อาการปวดจากโรคข้ออักเสบต่างๆ เช่น โรคข้อเสื่อม ข้ออักเสบจากโรคสะเก็ดเงิน ข้ออักเสบรูมาตอยด์ โรคเก๊าท์ เป็นต้น อาการปวดมักเกิดขึ้นในหลายๆ ท่า และข้อจะมีอาการบวม ข้อติดแข็งขยับได้ลำบาก มักเกิดกับข้ออื่นๆ ด้วย เช่น ข้อนิ้วมือ ข้อเข่า เป็นต้น 

                         3. มีถุงน้ำที่ข้อมือหรือ ganglion cyst อาจทำให้มีอาการปวดบริเวณข้อมือได้ แต่ก็จะต้องคลำพบก้อนที่บริเวณข้อมือร่วมด้วย

                         4. เส้นประสาทที่ข้อมือถูกกดทับ (carpal tunnel syndrome) นอกจากอาการปวดบริเวณข้อมือแล้ว มักมีอาการชาโดยรู้สึกเหมือนนิ้วมือหนาขึ้น หรือปวดแสบร้อนคล้ายไฟช๊อตที่นิ้วหัวแม่มือ นิ้วชี้และนิ้วกลาง และอาจมีอาการมืออ่อนแรงร่วมด้วย 

                          หากอาการหายแล้วเป็นใหม่อีก ก็น่าจะเกิดจากมีการอักเสบของเอ็นและปลอกหุ้มเอ็นได้ ดังนั้น ในเบื้องต้น ควรหยุดพักการใช้งานของข้อมือไปก่อน และอาจใส่อุปกรณ์พยุงข้อมือ เพื่อช่วยพยุงข้อมือและป้องกันการบาดเจ็บอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นเพิ่ม ใช้การประคบร้อนบริเวณที่ปวดบ่อยๆ และอาจทานยาแก้ปวด เช่น พาราเซตามอล ไดโลฟีแนค (diclofenac), ไพรอกซิแคม (piroxicam) เป็นต้น ร่วมกับยาคลายกล้ามเนื้อ เป็นต้น แต่หากอาการหายแล้วเป็นอีกซ้ำๆ บ่อย หรือกลายเป็นปวดเรื้อรัง หรือมีอาการบวมบริเวณข้อร่วมด้วย ก็ควรไปพบแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูและข้อค่ะ