ถามแพทย์

  • ประจำเดือน

  •  Woon Ratchaneekorn
    สมาชิก
    ตอนนี้อายุ20 ประจำเดือนไม่เคยมาปกติเลย บางเดือนมาช้าเป็น2อาทิต บางเดือนมาเร็วก่อนเป็นอาทิตย์ แล้วมาทีเยอะมาก แบบเลือดจะไหลหมดตัวอ่ะค่ะ คือต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อยกว่าคนอื่น ปวดท้องทุกเดือนเลยค่ะเป็นแบบนี้มานานแล้ว อยากทามว่าอาการ เหล่านี้มันคือเรื่องปกติไหมค่ะ หรือว่าต้องไปพบคุณหมอ

    สวัสดีค่ะ คุณ Woon Ratchaneekorn,

                        ประจำเดือนที่ปกตินั้น จะมีระยะห่างระหว่างรอบเดือนตั้งแต่ 21-35 วัน (หรืออาจนานกว่า 45 วันได้) โดยในแต่ละรอบเดือนไม่จำเป็นต้องเท่ากัน

                        ส่วนระยะเวลาของการมีประจำเดือนคือ 2-7 วัน โดยที่ในแต่ละรอบก็ไม่จำเป็นต้องเท่ากันเช่นกัน สำหรับปริมาณประจำเดือนที่ออกในแต่ละรอบ จะมีปริมาณประมาณ 20-80 มิลลิลิตร  

                         สำหรับประจำเดือนที่ผิดปกติ คือ มีระยะห่างของประจำเดือนมากกว่า 35 วันหรือน้อยกว่า 21 วัน ประจำเดือนในแต่ละรอบมานานกว่า 7 วัน ประจำเดือนมามีปริมาณมาก ต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อยครั้ง มีเลือดออกกะปริดกะปรอยระหว่างรอบเดือน มีอาการปวดท้องประจำเดือนรุนแรง เป็นต้น

                         ดังนั้น หากมีระยะห่างระหว่างรอบประจำเดือนที่มากกว่า 45 วัน และมีปริมาณเลือดประจำเดือนที่มากผิดปกติ รวมถึงมีอาการปวดท้องประจำเดือนมาก แนะนำควรไปพบสูติ-นรีแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุค่ะ 

                        ทั้งนี้ หากมีระยะห่างระหว่างรอบประจำเดือนที่นาน แล้วตามด้วยการมีเลือดออกมาก อาจเกิดจากการทำงานของรังไข่ที่ผิดปกติ เช่น มีภาวะถุงน้ำจำนวนมากในรังไข่ เป็นต้น แต่ก็ไม่น่าทำให้มีอาการปวดท้องประจำเดือน แต่หากอาการปวดท้องประจำเดือน ไม่ได้เป็นรุนแรง และเป็นมาตั้งแต่วัยรุ่นแล้ว ก็ไม่ได้ถือเป็นอาการปวดประจำเดือนที่ผิดปกติค่ะ