
Jan 29, 2021 at 02:48 PM

Jan 29, 2021 at 02:48 PM

Jan 29, 2021 at 04:39 PM

Jan 29, 2021 at 05:10 PM
สวัสดีค่ะ คุณ แล้วแต่ ไม่รุ้สิครัช,
หากเลิกทานยาคุมกำเนิดมา 2-3 เดือนแล้ว ฤทธิ์ในการป้องกันการตั้งครรภ์ก็ย่อมหมดลงไปแล้ว และเมื่อมีเพศสัมพันธ์ ก็จะมีโอกาสตั้งครรภ์ได้ แต่หากได้ทานยาคุมฉุกเฉินไป ยาคุมฉุกเฉินก็จะช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้ประมาณหนึ่งค่ะ
หลังจากนั้น หากได้เริ่มทานยาคุมกำเนิดต่อ และเมื่อทานยาคุมจนเกือบหมดแผง ได้มีประจำเดือนมา (วันที่ 24 ส.ค.) ก็แสดงว่าไม่ได้มีการตั้งครรภ์เกิดขึ้นค่ะ
และเมื่อหยุดทานยาคุมอีกครั้ง หลังจากนั้น ไม่มีประจำเดือนมา แต่ได้ตรวจหาการตั้งครรภ์อย่างถูกต้องแล้ว ไม่พบการตั้งครรภ์ ก็แสดงว่าไม่มีการตั้งครรภ์เกิดขึ้น ดังนั้น การที่ประจำเดือนหายไปหลายเดือน อาจเกิดจาก
- โรคอ้วน เนื่องจากคนอ้วนมีเซลล์ไขมันจำนวนมาก ซึ่งเซลล์ไขมันสามารถสร้างฮอร์โมนเอสโตรเจนได้ในปริมาณเล็กน้อย เมื่อมีปริมาณมากเกิน จึงกระทบต่อการหลั่งฮอร์โมนเพศที่ปกติได้ ซึ่งหากมีส่วนสูง 150 เซนติเมตร แตามีน้ำหนัก 61 กิโลกรัม ก็ถือว่ามีโรคอ้วนค่ะ
- การผลิตฮอร์โมนของรังไข่ผิดปกติ เช่น มีภาวะมีถุงน้ำจำนวนมากในรังไข่ (PCOS) โดยผู้ที่เป็นโรคนี้มักจะมีรูปร่างอ้วน ผิวมัน มีสิว ขนดกมากกว่าผู้หญิงทั่วไป
- มีภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนเป็นพิษ หรือไทรอยด์ฮอร์โมนต่ำ
- มีพังผืดในโพรงมดลูก
- มีเนื้องอกของต่อมใต้สมอง แต่จะมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ปวดศีรษะ มองเห็นภาพซ้อน มีน้ำนมไหล เป็นต้น
หากประจำเดือนยังคงไม่มา ก็ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุค่ะ หากไม่ได้มีโรคอะไร และเกิดจากการมีน้ำหนักตัวที่มาก ก็ควรพยายามลดดน้ำหนักตัวลง โดยควรปรึกษาแพทย์เพื่อการลดน้ำหนักตัวที่เหมาะสมค่ะ