ถามแพทย์

  • อายุ 26 ปี เริ่มกินยาคุมต้นเดือน มี.ค. ประจำเดือนมา 29 มี.ค. 18 เม.ย. และ 1 พ.ค. เกิดจากอะไร

  • อายุ26ปี หนัก44 สูง154 คุมกำเนิดโดยวิธีกินยาคุม แผงแรกเมื่อต้นเดือนมีนาคม ไม่มีอาการผิดปกติใดๆมีพสพ.กับแฟนวันที่16-20มีนา ประจำเดือนมาวันที่29มีนา-3เมษา มาครั้งที่2 18-23เมษา(วันแรกเลือดเป็นสีดำคล้ำ) และครั้งที่3 1พฤษภา(ปจด.มีสีดำน้ำตาลคล้ายช็อกโกแลตมีลิ่มเลือดเล็กๆด้วย)ครั้งที่1และ3ไม่มีอาการอื่นๆร่วม แต่ครั้งที่2มีอาการเวียนหัวค่ะ มีอันตรายมากมั้ยคะ สาเหตุเกิดจากอะไร รบกวนคุณหมอด้วยนะคะ ตอนนี้กังวลมากค่ะ ปล.หากประจำเดือนครั้งนี้หายจะรีบพอสูติค่ะ ....ขอบคุณค่ะ....

    สวัสดีค่ะ คุณ นู๋บิว กัญญพัชร,

                       หากกำลังทานยาคุมกำเนิดอยู่ โดยเริ่มทานมาตั้งแต่ต้นเดือน มี.ค. เมื่อทานยาจนครบ 21 เม็ด และเว้นระยะไป 2-4 วัน ประจำเดือนก็จะมา หรือหากเป็นชนิดที่มี 28 เม็ด เมื่อทานจนถึงเม็ดที่ 23-26 ประจำเดือนก็จะมา ดังนั้น การที่ประจำเดือนมาในวันที่ 29 มี.ค.- 3 เม.ย. ก็ถือว่าปกติดี และแสดงว่าไม่ได้มีการตั้งครรภ์เกิดขึ้น

                      ส่วนเลือดที่ออกในวันที่ 18-23 เม.ย. และ 1 พ.ค. หากไม่ได้อยู่ในช่วงของการเว้นระยะการทานยาคุม 7 วัน หรือไม่ได้อยู่ในช่วงการทานยาคุมเม็ดที่ 23-26 เลือดดังกล่าวก็อาจเกิดจากผลข้างเคียงของยาคุมกำเนิดที่ทำให้เกิดเลือดออกกะปริดกะปรอยได้ โดยเฉพาะหากเป็นยาคุมกำเนิดชนิดที่มีฮอร์โมนต่ำ หรือเกิดจากการทานยาไม่ตรงเวลา ซึ่งโดยส่วนใหญ่เลือดที่ออกจะมีปริมาณไม่มาก และจะค่อยๆ หายไปได้เอง

                      หรือหากทานยาคุมกำเนิดไม่ถูกต้อง เช่น ทานยาครบ 21 เม็ดแล้ว ไม่ได้เว้นระยะ 7 วัน ย่อมมีผลทำให้เกิดเลือดออกผิดปกติได้

                      อย่างไรก็ตาม หากเลือดที่ออกมีปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆ หรือออกติดต่อกันนาน หรือมีปวดท้องน้อยมาก ก็ควรหยุดทานยา และไปพบสูติ-นรีแพทย์เพื่อหาสาเหตุต่างๆ เช่น มีมดลูกอักเสบ มีเยื่อบุโพรงมดลุกหนาตัวผิดปกติ มะเร็งปากมดลูก เป็นต้น