ถามแพทย์

  • อายุ 32 ปี ประจำเดือนมาทุกๆ 56 วัน ทานยาปรับฮอร์โมนก็ปกติ พอหยุดทานก็เหมือนเดิม เกิดจากอะไร

  •  Rotsukon
    สมาชิก
    สวัสดีค่ะคุณหมอ ดิฉันอายุ 32 ปี ประจำเดือนมาทุกๆ 56 วัน หรือ 2เดือนต่อครั้ง เคยไปพบหมอให้ปรับฮอโมน ประจำเดือนมาปกติ แต่หลังจากหยุดยาก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม มีสาเหตุมาจากสิ่งใดบ้างค่ะ หรือมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคอะไรได้บ้างคะ ขอบคุณค่ะ

    สวัสดีค่ะ คุณ Rotsukon,

                     การที่มีระยะห่างระหว่างรอบประจำเดือนนาน 56 วัน ถือว่านานกว่าปกติ โดยอาจเกิดจาก

                 1.โรคอ้วน เนื่องจากคนอ้วนมีเซลล์ไขมันจำนวนมาก ซึ่งเซลล์ไขมันสามารถสร้างฮฮร์โมนเอสโตรเจนได้ในปริมาณเล็กน้อย เมื่อมีปริมาณมากเกิน จึงกระทบต่อการหลั่งฮอร์โมนเพศที่ปกติได้

                  2. มีภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนเป็นพิษ หรือไทรอยด์ฮอร์โมนต่ำ ซึ่งจะไปมีผลกระทบต่อการหลั่งฮอร์โมนเพศของต่อมใต้สมองเช่นกัน

                  3. การผลิตฮอร์โมนของรังไข่ผิดปกติ เช่น มีภาวะถุงน้ำจำนวนมากในรังไข่ (PCOS) โดยผู้ที่เป็นโรคนี้มักจะมีรูปร่างอ้วน ผิวมัน มีสิว ขนดกมากกว่าผู้หญิงทั่วไป

                  อย่างไรก็ตาม หากได้ไปพบแพทย์แล้ว และเมื่อทานยาปรับฮอร์โมนแล้ว ประจำเดือนมาเป็นปกติดี ก็น่าจะเกิดจากการผลิตฮอร์โมนของรังไข่ที่ผิดปกติได้

                   หากไม่ได้ทานยาปรับฮอร์โมนแล้ว แต่ประจำเดือนยังคงมาทุกๆ 56 วันดังกล่าว และหากไม่ได้เกิดจากโรคอ้วนหรือมีฮอร์โมนไทรอยด์ผิดปกติ อาจไม่จำเป็นต้องทำอะไรค่ะ เพราะแม้ระยะห่างจะนานกว่าปกติ แต่หากยังคงมาสม่ำเสมอ แสดงว่ารังไข่ยังมีการทำงานผลิตฮอร์โมนและมีการตกไข่เกิดขึ้นค่ะ

    Rotsukon  Rotsukon
    สมาชิก
    ขอบคุณค่ะ