ถามแพทย์

  • อายุ 16 ปี ประจำเดือนมาเป็นเดือน ไปหาหมอแล้ว ทานยาแล้ว อาการไม่ดีขึ้น ควรทำอย่างไร

  •  Na Mae
    สมาชิก
    สวัสดีค่ะ คือตอนนี้พึ่งอายุ16ปี แต่ประจำเดือนมาเยอะมาก เคยไปหาหมอแล้ว ได้ยาบำรุงเลือด,ฮอร์โมน,ห้ามเลือด,แก้ปวด ได้อัลตร้าซาวด์ปากมดลูก ไม่พบโรคอะไร มีแค่หมอบอกว่าเป็นวัยเจริญพันธุ์ พอได้กินยาประจำเดือนมาตามสั่งมากเลยค่ะ(หมอสั่งกินต้นเดือน1-7วันถ้ายังไม่หมดให้กินห้ามเลือด) จนเริ่มดีขึ้นเพราะยา แต่พอเลิกกินไป ก็แย่ แย่กว่าเดิม จากเคยมาเป็นสองอาทิตย์ นี่เป็นเดือนเลย(1-28)หายไปสองวัน เริ่มเดือนใหม่มาอีก แล้วมาไม่ตรง บางครั้งก็หยุดไปเอง แต่ไม่เคยหยุดเกิน3วัน จะมาหนักมากตอนทานอาหารที่ร้อน และจะมีลิ่มเลือด เปลี่ยนชั่วโมงละ5แผ่น ถ้าไม่ทานก็มา มีลิ่มเลือดออกช่วงตื่นนอน จะเริ่มเบาลงช่วงกลางคืน วนแบบนี้เรื่อยๆ วันไหนมีทานของร้อนตอนเช้า จะปวดหลัง,ท้องน้อย มาก และทุกครั้งที่มีประจำเดือนจะมีอาการหน้ามืดอ่อนเพลียร่วมด้วย ตอนนี้ทานยาห้ามเลือดที่หมอเคยให้ก็เอาไม่อยู่แล้วค่ะ ทานยาสตรีก็ด้วยเหมือนกัน นอกจากไปหาหมอแล้ว มีทางอื่นไหมคะที่จะช่วยให้อาการเหล่านี้ดีขึ้น
    Na Mae  พญ.นรมน
    แพทย์

     สวัสดีค่ะคุณ Na Mae

    อาการประจำเดือนมามากผิดปกติ อาจเกิดจาก

    -เนื้องอกมดลูก

    -ฮอร์โมนไม่สมดุล

    -มะเร็ง มะเร็งบางชนิด เช่น มะเร็งมดลูก มะเร็งปากมดลูก หรือมะเร็งรังไข่ 

    -ภาวะถุงน้ำรังไข่

    -อุ้งเชิงกรานอักเสบ

    -เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ในเนื้อมดลูก

    ซึ่งจากที่ฟังเบื้องต้น อาการเป็นค่อนข้างมาก ควรไปพบแพทย์เฉพาะทางก็คือสูตินรีแพทย์เพื่อตรวจภายในและอัลตราซาวน์หน้าท้องซ้ำอีกครั้งเพื่อหาสาเหตุที่แน่นอน เช่นถ้ามีเนื้องอกมดลูก ก็ควรผ่าตัดออก เป็นต้น การรับประทานยาคุมเพื่อปรับฮอร์โมน อาจแก้ไขได้แค่ชั่วคราว พอหยุดยา อาการก็อาจจะกลับมาใหม่ค่ะ

    การดูแลตัวเองเบื้องต้น งดมีเพศสัมพันธ์ไปก่อน ไม่ซื้อยาปรับฮอร์โมนหรือยาสตรีมากินเองเนื่องจากในยาอาจมีฮอร์โมนที่ทำให้เลือดออกมาได้มากขึ้น และหากมีเลือดออกมากผิดปกติร่วมกับมีก้อนเนื้อปนออกมา ปวดหน่วงท้องน้อย ควรรีบไปพบแพทย์