ถามแพทย์

  • ประจำเดือนมาเดือนละ 2 ครั้ง

  •  Kotchakorn Kengkar
    สมาชิก
    มีปัญหาเรื่องมีประจำเดือนค่ะ 1 เดือนจะมีประจำเดือน2ครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งจะห่างกันประมาณ 15 วัน เป็นมานานแล้ว เคยกินยาหมอเส็งแล้วหายพอหยุดกินก็เป็นอีก เกิดจากสาเหตุอะไรค่ะ ไม่ปวดท้อง แต่จะมีอาการท้องเสีย กับปวดเมื่อยตัวค่ะ

    สวัสดีค่ะ คุณ Kotchakorn Kengkar,

                       การนับระยะห่างระหว่างระหว่างรอบประจำเดือน ให้นับจากวันแรกที่ประจำเดือน จนไปถึงวันแรกของรอบเดือนต่อไป หากนับได้น้อยกว่า 21 วัน ถือว่ามีประจำเดือนมาบ่อยกว่าปกติ โดยเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น 

                      1. การตั้งครรภ์ที่ผิดปกติ เช่น แท้งคุกคาม แท้งไม่ครบ ครรภ์ไข่ปลาอุก เป็นต้น แต่หากเป็นมานานแล้ว และไม่มีอาการปวดท้องก็ไม่น่าใช่

                      2. จากการใช้ยาฮอร์โมนต่างๆ รวมถึงยาสตรี ยาสมุนไพร อาหารเสริมต่างๆ

                      3. การใช้ยาบางอย่าง เช่น ยาป้องกันการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเศร้า เป็นต้น

                      4. มีการอักเสบติดเชื้อในโพรงมดลูก แต่มักมีตกขาวผิดปกติและอาการปวดท้องน้อยร่วมด้วย และหากไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ ก็ไม่ใช่สาเหตุ

                      5. ความผิดปกติที่มดลูก เช่น เนื้องอกมดลูก มีติ่งเนื้อในโพรงมดลูก เยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวผิดปกติ เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก มะเร็งปากมดลูก เป็นต้น 

                      6. มีโรคในระบบอื่นๆ เช่น มีภาวะเกร็ดเลือดต่ำ มีภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนต่ำ เป็นต้น

                      หากไม่ได้เกิดจากสาเหตุต่างๆ เหล่านี้ อาจเกิดจากการการทำงานของรังไข่ที่ไม่สมบูรณ์ การผลิตฮอร์โมนของรังไข่ไม่เป็นไปตามปกติ

                      แนะนำควรหยุดทานยาสมุนไพรต่างๆ ไปก่อน หากยังคงมีเลือดประจำเดือนมาบ่อย แนะนำว่าควรไปพบสูติ-นรีแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุค่ะ หากตรวจไม่พบโรคต่างๆ แพทย์จะให้ยาปรับฮอร์โมนมาทาน เพื่อให้ประจำเดือนมาเป็นปกติค่ะ