ถามแพทย์

  • ท้องเสียและอาเจียนบ่อยมากๆ เป็นมาประมาณ 1 เดือนแล้ว เกิดจากอะไร

  •  alittle_girllllll
    สมาชิก

           สวัสดีค่ะ เนื่องจากดิฉันสังเกตตัวเองมักมีอาการท้องเสียบ่อยมาก จึงไปพบคุณหมอ และมีการส่องกล้อง พบว่า มีเชื้อ h.pylori ได้กินยาปฏิชีวนะ รักษาเรียบร้อยแล้ว

          หลังจากนั้น ดิฉันมักจะมีอาการท้องเสียและอาเจียนร่วมด้วยทุกครั้ง และ 1เดือนจะเป็นอยู่ 2-3 ครั้ง มีผลต่อร่างกายมากเลยค่ะ อ่อนเพลีย ทานอะไรไม่ค่อยได้ แบบนี้ต้องทำอย่างไรบ้างคะ (เคยทาน Probiotic อยู่ 3 เดือนค่ะ)

    alittle_girllllll  พญ.นรมน
    แพทย์

    สวัสดีค่ะคุณ alittle_girllllll

    อาการท้องเสียเรื้อรังดังกล่าวมานั้น อาจจะมีสาเหตุมาจาก การมีลำไส้แปรปรวนชนิดเป็นการถ่ายเหลวเด่น การมีลำไส้อักเสบเรื้อรังที่เรียกว่าโรคโครห์น (Crohn’s Disease)  โรคลำไส้ใหญ่อักเสบเป็นแผลเรื้อรัง โรคเซลิแอคหรือแพ้กลูเตนซึ่งมักอยู่ในอาหารประเภทข้าวและแป้ง หรือเกิดจากการมีปัญหาในการย่อยสารอาหารบางประเภทที่พบบ่อยเช่น การแพ้แล็กโทส ซึ่งเป็นน้ำตาลที่พบมากในนมหรือผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับนม หรือเกิดจากการใช้ยาฆ่าเชื้อติดต่อกันนานๆ จนมีแบคทีเรียบางชนิดโตมากผิดปกติ

    หากท้องเสียเรื้อรังเกิน 1 เดือนไปแล้ว ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายและตรวจเพิ่มเติมที่จำเป็นเพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดและรักษาตามสาเหตุนั้นๆ เพราะอาจมีสาเหตุที่เป็นโรคเรื้อรังต่างๆเช่นลำไส้แปรปรวน ลำไส้อักเสบเรื้อรังที่ต้องดูแลต่อเนื่อง 

    เบื้องต้นดื่มน้ำให้มากๆ ให้เพียงพอกับที่ถ่ายเหลวออกมา จิบน้ำเกลือแร่ได้ รับประทานอาหารอ่อนๆและสุกสะอาดให้ตรงเวลา