ถามแพทย์

  • ท้องเสียมา 2-3 วัน เป็นหลังกินยาแก้อักเสบ ควรทำอย่างไร รู้สึกอ่อนเพลีย

  •  Thanakon Ruangsangaram
    สมาชิก
    คือผมโดนรถชนมา แล้วทาง รพ จัดยาแก้ อักเสพมาให้ พอทานไป/ด้ 2วัน ก็มีอาการ ท้องเสีย แบบถ่ายเหลวเป็นน้ำอ่ะครับ ตอนนี้หยุดยาแล้ว แต่ก็ยังมีอาการอยู่ แถมมันรู้สึก ปวดๆแล้วเพลียๆด้วย
    Thanakon Ruangsangaram  พญ.นรมน
    แพทย์

    สวัสดีค่ะคุณ Thanakon Ruangsangaram

    อาการท้องเสียอาจเกิดได้จาก

    -อาหารเป็นพิษ มักมีปวดท้องบิดๆ มีไข้ อาเจียน คลื่นไส้ ไม่อยากอาหาร และท้องเสีย เป็นเฉียบพลันคือไม่เกิน 1 อาทิตย์ควรจะหายขาด

    -การรับประทานยาบางชนิดเช่นยา colchicine ที่ใช้รักษาโรคเกาต์ ยาระบาย หรือได้รับยาฆ่าเชื้อติดต่อกันเป็นเวลานานจนกระทั่งแบคทีเรียในลำไส้ขาดสมดุล จึงท้องเสีย

    -ลำไส้แปรปรวน เป็นโรคเกี่ยวกับทางเดินอาหารที่ทำงานผิดปกติ เป็นโรคเรื้อรัง มีอาการได้ทั้งท้องผูกและท้องเสีย แต่เป็นโรคที่เจอน้อย ควรตัดสาเหตุอื่นออกไปก่อน

    ส่วนอาการแพ้ยาแก้อักเสบ (แบบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์) นั้น มักจะไม่ได้มาด้วยท้องเสียค่ะ  อาการที่พบได้บ่อยคือผื่นตามตัว ใบหน้า ปาก คลื่นไส้ มึนศีรษะ แต่ก็เคยมีรายงานเคสที่มีอาการท้องเสียและปวดท้องร่วมด้วยเช่นกัน แต่ถ้าหยุดยาไปแล้ว ควรจะดีขึ้นภายในไม่กี่วัน ขึ้นกับชนิดของยาค่ะว่ายานั้นถูกกำจัดออกทางร่างกายทางใด โดยใช้เวลาเท่าใด ในคนที่ตับหรือไตปกติ ก็ไม่ควรเกิน 1 อาทิตย์ค่ะ

    การดูแลตัวเองเบื้องต้น ให้ดื่มน้ำมากๆทุกครั้งที่มีการถ่ายเหลว กินอาหารสุกสะอาดเพื่อป้องกันการท้องเสียซ้ำ รับประทานยาแก้ปวดท้องในกลุ่ม buscopam ได้ถ้าปวดท้องแบบบิดๆ

    การวินิจฉัยคงต้องใช้การตรวจร่างกายและซักประวัติเพิ่มเติมร่วมด้วย แนะนำว่าถ้ายังท้องเสียเรื้อรังแม้หยุดยาไปแล้วก็ไม่ดีขึ้น กินได้น้อย มีไข้ อาเจียนมาก มีอาการขาดน้ำเช่นอ่อนเพลีย วูบ ควรรีบไปพบแพทย์ อาจจะต้องมีการให้สารน้ำทางหลอดเลือด และหาสาเหตุของอาการท้องเสียต่อไป และเอาที่ยาเคยกินไปให้แพทย์ดูด้วยค่ะ