
Jan 16, 2019 at 11:22 PM

Jan 16, 2019 at 11:22 PM

Jan 17, 2019 at 01:03 PM
สวัสดีค่ะ คุณ Manatchanok Yotchaisarn,
อาการท้องร้องโครกคราก เกิดจากการที่ลำไส้เล็กมีการเคลื่อนไหวและบีบตัวในการย่อยและดูดซึมอาหาร เราอาจจะเห็นการเคลื่อนไหวของลำไส้ได้ง่ายขึ้น ในขณะที่นอนราบ แต่หากอาการท้องร้องเกิดขึ้นบ่อยๆ หรือร้องเสียงดัง อาจเกิดได้จาก
1. อาหารค้างในลำไส้เล็กมาก จากการทานอาหารปริมาณมากไป ลำไส้จึงใช้เวลานานในการย่อย
2. ทานอาหารที่ย่อยยาก เช่น ทานเนื้อสัตว์ชิ้นใหญ่ๆ หรือเคี้ยวอาหารไม่ละเอียด ทำให้อาหารตกค้างในลำไส้เล็กเช่นกัน
3. สาเหตุเดียวกันกับที่ทำให้เกิดท้องอืด ซึ่งอาการท้องอืดคือการมีแก๊สในกระเพาะอาหารและลำไส้มากไป ทำให้เวลากระเพาะอาหารและลำไส้บีบตัว ยิ่งเกิดเสียงดังได้มากกว่าปกติ ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ท้องอืด ได้แก่
- การกลืนอากาศเข้าไปปริมาณมาก จากการอ้าปาก พูดคุย หัวเราะ หรือหายใจทางปาก การกินหรือดื่มเร็วเกินไป การใช้หลอดดูดเครื่องดื่ม การเคี้ยวหมากฝรั่ง
- การทานอาหารที่ทำให้เกิดแก๊สหรือเครื่องดื่มที่มีแก๊ส เช่น น้ำอัดลม ถั่วต่างๆ เมล็ดธัญพืชต่างๆ
- การทานยาบางชนิด ยาแก้ปวดชนิดเสพติด อาหารเสริมธาตุเหล็ก
- โรคกระเพาะอาหารอักเสบ กระเพาะอาหารเป็นแผล โรคกรดไหลย้อน
- ขาดน้ำย่อยอาหารบางชนิด เช่น น้ำย่อยย่อยโปรตีนนม แล้วได้ดื่มนมเข้าไป
4. มีความเครียด วิตกกังวล ส่งผลให้กระบบย่อยอาหารทำงานไม่ดี อาหารตกค้างในลำไส้ได้เช่นกัน
5. โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง ซึ่งส่งผลต่อการย่อยละดูดซึมอาหาร แต่มักมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ปวดท้อง ท้องเสียสลับท้องผูก อุจจาระมีมูกปน เป็นต้น
6. ลำไส้อุดตัน ทำให้อาหารและน้ำค้างอยู่ในลำไส้ แต่จะไม่มีการถ่ายอุจจาระหรือผายลมออกมา มีอาการคลื่นไส้ อาเจียนร่วมด้วย เป็นต้น
ในเบื้องต้น แนะนำให้ลองลดปริมาณอาหารที่ทานลงในแต่ละมื้อ ทานอาหารที่ ย่อยง่าย ลดอาหารประเภทเนื้อสัตว์ อาหารต้องรสไม่จัด เคี้ยวช้าๆ ให้ละเอียด ไม่ทานและกลืนเร็ว ไม่ดื่มน้ำอัดลม อัดแก๊สต่างๆ หลีกเลี่ยงอาหารประเภทถั่วและธัญพืชต่างๆ รวมถึงอาหารที่มีไขมันสูง อาหารทอดต่างๆ เป็นต้น
หากยังคงมีท้องร้องบ่อย หรือปรากฏอาการอื่นๆ ร่วม เช่น ปวดท้องมาก คลื่นไส้ อาเจียน ไม่ถ่ายอุจจาระ เป็นต้น ก็ควรรีบไปพบแพทย์ค่ะ