ข้ามไปที่เนื้อหา
Pobpad

ทานยาคุมมานานแล้ว มีช่วงที่ได้ทานยารักษาโรคเกลื้อนไป ตอนนี้ทานยาคุมครบแล้ว แต่ประจำเดือนไม่มา เกิดจากอะไร

mob00823สมาชิก

Jan 17, 2019 at 10:10 PM

แฟนผมทานยาคุมเมโลเดียมาประมาณเกือบ 4 ปีแล้วครับ ปกติจะมีประจำเดือนมาทุกเดือนประมาณ 3-4 วันหลังทานหมดแผง มาทานเม็ดแรกแผงล่าสุดเมื่อ 23/12/2018 และเม็ดสุดท้ายเมื่อ 12/01/2019 ปกติประจำเดือนควรจะมาวันที่ 15 - 16 แต่ตอนนี้ยังไม่มีประจำเดือน มีพสพ.กันวันที่ 12/01/2019 (กับตอนทานเม็ดแรกๆหลายครั้งแต่จำวันไม่ได้) ก่อนหน้านี้ไปหาหมอผิวหนังเรื่องเกลื้อนที่หลังแล้วทานยาแก้โรคเกลื้อนวันที่ 09/01/2019 ถึง 15/01/2019 (รวม 7 วัน) ซึ่งถ้ายาที่ทานมีผลต่อยาคุมกำเนิด ควรที่จะมีประจำเดือนก่อนเวลาปกติ (เหมือนตอนทานยาคุมไม่ครบ ประจำเดือนจะมาหลังเม็ดสุดท้ายประมาน 3-4 วัน) ผมสงสัยว่า 1) ยาที่ทานรักษาโรคเกลื้อนจะส่งผลต่อยาคุมกำเนิดหรือไม่? 2) ถ้าจะตรวจการตั้งครรภ์ควรตรวจวันที่เท่าไหร่ครับ? 3) แล้วสามารถทานยาแผงต่อไปในวันที่ 20/01/2019 ได้เลยหรือไม่? 4) จะมีโอกาศตั้งครรภ์สูงหรือต่ำครับ?
แพทย์หญิงสลิล แพทย์

Jan 18, 2019 at 05:59 AM

สวัสดีค่ะ คุณ na,

                     หากได้ทานยาคุมกำเนิดมาอย่างถูกต้อง โดยทานทุกวัน ไม่มีวันที่ลืมทาน ทานยาในเวลาเดียวกันหรือใกล้เคียงกันของแต่ละวัน ไม่มีอาเจียนหรือท้องเสียหลังทานยา ไม่ได้ทานยาอื่นบางชนิดร่วม ยายังไม่เสื่อมสภาพหรือหมดอายุ ยาคุมกำเนิดก็จะช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้มากกว่า 99% 

                      สำหรับชนิดยาที่จะมีผลต่อประสิทธิภาพของยาคุมกำเนิด เช่น ยาปฏิชีวนะ rifampin (มักใช้รักษาโรควัณโรค) griseofluvin และ ketoconazole (รักษาโรคติดเชื้อราชนิดต่างๆ รวมถึงโรคเกลื้อน) ยากันชักต่าง ๆ ได้แก่ carbamazepine, phenytoin, topiramate, phenobarbital, oxcarbazepine, felbamate ยาต้านเชื้อไวรัส HIV ได้แก่ darunavir, efavirenz, lopinavir, nevirapine เป็นต้น

                     ดังนั้น สำหรับคำถามตามหัวข้อ

                    1. ยาที่ทานรักษาโรคเกลื้อน อาจมีผลไปลดประสิทธิภาพของยาคุมกำเนิดลงได้

                    2. การตรวจหาการตั้งครรภ์ ควรตรวจเมื่อหลังจากมีเพศสัมพันธ์ครั้งสุดท้ายไปแล้วอย่างน้อย 2 สัปดาห์ 

                    3. หากเว้นระยะยาคุมกำเนิดครบ 7 วันแล้ว ประจำเดือนไม่มา ควรลองตรวจหาการตั้งครรภ์ดูก่อน เพราะอาจมีการตั้งครรภ์เกิดขึ้น จากการมีเพศสัมพันธ์ในช่วงก่อนหน้านั้นก็ได้ หากตรวจไม่พบ ก็ให้เริ่มทานยาแผงใหม่ต่อไปได้เลย

                    4. หากทานยาอย่างถูกต้อง โอกาสในการตั้งครรภ์ก็จะน้อยกว่า 1% แต่หากทานไม่ถูกต้อง หรือมีการทานยาอื่นร่วมด้วย โอกาสก็จะมากกว่า 1%