ถามแพทย์

  • เจ็บใต้รักแร้ขวา ไปหาหมอ คลำไม่พบก้อนที่เต้านม แต่พบต่อมน้ำหเลืองที่รักแร้โต ให้ยามาทาน เจ็บมากขึ้น มีคันและปวดตัว

  •  lalita2565
    สมาชิก

    สวัสดีค่ะ มีอาการเจ็บใต้รักแร้ขวา และปวดจี๊ดไปถึงเต้านม ก่อนหน้ามีอาการพบเจอเหมือนสิวอักเสบออกมาเป็นหนองที่ลานหัวนม 1 เม็ดค่ะ หลังจากหนองยุบยังมีอาการจี๊ดๆอยู่จึงไปหาหมอ หมอได้มีการคลำเต้านมไม่พบก้อนค่ะ แต่กดตรงต่อมน้ำเหลืองรักแร้ข้างขวา หมอบอกโตมานิดหน่อย และมีอาการเจ็บ หมอบอกน่าจะติดเชื้อค่ะ ให้ยาฆ่าเชื้อ แก้อักเสบมากิน พอกินยารู้สึกจี๊ดๆหนักกว่าเดิมค่ะ  อาการนอกเหนือมีคันตามตัวบ้างนิดหน่อยค่ะ และปวดตัว ปวดเอวค่ะ มีโอกาสเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองไหมค่ะ ขอบคุณค่ะ

    สวัสดีค่ะ คุณ lalita2565, 

                        อาการเจ็บใต้รักแร้ขวา อาจเกิดจาก

                     1. กล้ามเนื้อบริเวณอก สะบัก หรือหัวไหล่ อักเสบจากการบาดเจ็บหรือใช้งานมากไป และอาจทำให้มีอาการปวดร้าวไปบริเวณรักแร้ได้ โดยอาการปวดจะสัมพันธ์กับท่าทาง คือจะปวดในบางท่า บางท่าทางก็ไม่ปวด

                  2. ผิวหนังและเนื้อเยื่อมีการอักเสบติดเชื้อ หรือเป็นฝี แต่จะเห็นผิวหนังบวมแดง เป็นก้อนนูนแดงร่วมด้วย

                   3. ต่อมน้ำเหลืองใต้รักแร้อักเสบ ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น การมีแผลติดเชื้อที่บริเวณใกล้เคียง โรคแมวข่วน เป็นต้น หรือต่อมน้ำเหลืองโตจากการที่มะเร็งกระจายมา ซึ่งส่วนใหญ่จะมาจากมะเร็งเต้านม

                   4. ส่วนเนื้อเยื่อของเต้านมที่เจริญเติบโตยื่นเข้าไปในรักแร้ ในช่วงที่มีประจำเดือน อาจทำให้เกิดการคัดตึงและมีอาการเจ็บได้ 

                   5. โรคอื่นๆ ที่ทำให้เกิดอาการเจ็บแล้วร้าวไปยังรักแร้ได้ เช่น กระเพาะอาหารอักเสบ กรดไหลย้อน โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ เป็นต้น แต่ก็จะต้องมีอาการอื่นๆ ของแต่ละโรคร่วมด้วย 

                   ส่วนการมีเหมือนสิวอักเสบที่ลานหัวนม หากได้ยุบไปแล้ว และไม่มีการบวมแดงอักเสบของผิวหนังบริเวณหัวนม ก็แสดงว่าไม่น่ามีการอักเสบติดเชื้ออีก และหากได้ไปพบแพทย์และทำการตรวจคลำเต้านมแล้ว ไม่พบก้อน ก็ไม่น่าเป็นมะเร็งเต้านมและกระจายไปที่ต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้ค่ะ 

                   ทั้งนี้ หากแพทย์ได้วินิจฉัยว่าเป็นต่อมน้ำเหลืองอักเสบติดเชื้อ และให้ยาปฏิชีวนะฆ่าเชื้อมาทาน ก็ควรทานต่อเนื่องให้หมดก่อนค่ะ หากในช่วงนี้ ปวดมากขึ้น อาจทานยาแก้ปวดควบคู่ไปด้วย เช่น พาราเซตามอล เป็นต้น หากทานยจนหมดแล้ว อาการยังไม่ดีขึ้น ก็ควรกลับไปพบแพทย์ค่ะ 

                   สำหรับอาการคันตามตัว ปวดตัว ปวดเอว หากเกิดขึ้นก่อนที่จะทานยาที่แพทย์จ่าย ก็น่าเป็นผลจากการที่มีต่อมน้ำเหลืองอักเสบติดเชื้อ แต่หากอาการมาเกิดหลังจากที่ได้ทานยาไป อาจเป็นอาการแพ้จากยาได้ ดังนั้น หากอาการคันเป็นมาก หรือเริ่มมีผื่นขึ้นตามตัว ก็ควรหยุดทานยา และรีบกลับไปพบแพทย์ค่ะ 

                   ในเบื้องต้น ไม่ควรไปบีบ นวดคลึงบริเวณรักแร้ ไม่ยกของหนัก งดการออกกำลังกายและเล่นกีฬาต่างๆ ไปก่อนค่ะ