ถามแพทย์

  • มีตุ่มน้ำใสตรงฝ่ามือ คันมาก และมีผื่นแดงที่ข้อพับและคอ เป็นมา 1 ปี ไม่หาย ทำอย่างไรจึงหาย

  •  บอย ชาตรี
    สมาชิก
    สวัสดีครับคุณหมอ ผมมีอาการตุ่มน้ำใสๆเม็ดเล็กๆตรงฝ่ามื อ มีอาการคัน เป็นมาประมาน1ปีไม่หายครับ ไปหาคุณหมอให้ยามาทามันไม่หายเเต่ก้ไม่เเย่ลงครับ เเต่จะเป็นหนักมากถ้าผมไปข้างนอกโดยไม่ใส่หน้ากากอนามัย มันจะขึ้นตุ่มน้ำใสเต็มฝ่ามือเเละตามข้อพับเเขนเเละคอก็จะมีฝื่นเเดง และคันมาก อยากรู้สาเหตุหลักๆว่าเพาะเป็นภูมิแพ้จมูกหรือภูเเพ้อากาศครับ เเล้วต้องทำไงถึงจะหายครับ เพราะไปพบแพทย์แล้วเขาไม่ได้บอกเกิดจากอะไร ขอบคุณคุณหมอล่วงหน้าครับ อยากหายมาก

    สวัสดีค่ะ คุณ บอย ชาตรี,

                         อาการมีตุ่มน้ำใสเกิดขึ้นตรงฝ่ามือ และมีอาการคัน หากไม่ได้มีที่บริเวณอื่น เช่น ตามลำตัว แขนขาหรือใบหน้าร่วมด้วย น่าจะเป็นผื่นผิวหนังอักเสบชนิดตุ่มน้ำใส (dyshidrosis) ซึ่งจะมีลักษณะเป็นตุ่มน้ำใสขนาดเล็ก 1-3 มิลิเมตร มักพบเรียงตัวตามด้านข้างของนิ้วมือ ด้านข้างฝ่ามือ และฝ่ามือ นอกจากนี้อาจพบที่ฝ่าเท้าได้ และจะมีอาการคันมาก ตุ่มน้ำเหล่านี้จะหายไปได้เอง โดยจะค่อยๆ แห้งและลอกออกภายใน 2-3 สัปดาห์ และเห็นเป็นขุย ผิวแดงและอาจเจ็บเล็กน้อย อาการจะเกิดขึ้นเป็นๆ หายๆ 

                         สาเหตุของการเกิดนั้นไม่แน่ชัด อาจเกิดจากการตอบสนองแบบผื่นแพ้สัมผัสบางชนิดได้ เช่น ผื่นแพ้สัมผัสจากสารนิกเกิล เช่น โทรศัพท์มือถือ เครื่องประดับ เหรียญต่างๆ หรือ แพ้ไรฝุ่น เป็นต้น และมักพบในผู้ที่เป็นภูมิแพ้ผิวหนัง หรือภูมิแพ้จมูกอักเสบอยู่ ดังนั้น การที่มีผื่นแดงขึ้นตามข้อพับแขนและคอ ร่วมกับมีอาการคัน ก็แสดงว่า น่าจะเป็นภูมิแพ้ผิวหนังอยู่ด้วยค่ะ

                          สำหรับปัจจัยที่กระตุ้นให้อาการตุ่มน้ำใสเป็นมากขึ้น เช่น ความเครียด การอดนอน ไม่สบาย ความร้อน การมีเหงื่อออกมาก การล้างมือบ่อยๆ หรือสัมผัสกับน้ำบ่อยๆ เป็นต้น               

                          การรักษาคือดูแลตามอาการ และหลีกเลี่ยงปัจจัยที่อาจเป็นตัวกระตุ้นต่างๆ รวมถึงหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ต่างๆ ที่น่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ภูมิแพ้ผิวหนังกำเริบ เช่น ฝุ่น ไรฝุ่น ขนนก นุ่น ฝ้าย เชื้อราต่างๆ สะเก็ดผิวหนังสัตว์ต่างๆ ในสุนัข แมว หนู กระต่าย เกสรดอกไม้ ดอกหญ้า ไรฝุ่น แมลงสาบ และแมลงต่างๆ วัสดุเฟอร์นิเจอร์ เช่น ใยมะพร้าว เป็นต้น 

                           เมื่อพบมีผื่นขึ่นมาให้ใช้ยาทาสเตียรอยด์ชนิดที่มีความแรง เช่น  betamethasone diproprionate cream และอาจทานร่วมกับยาแก้แพ้เพื่อช่วยลดอาการคัน เช่น  ไฮดรอกไซซีน (hydroxyzine) , chlorpheniramine (CPM) เป็นต้นพยายามหลีกเลี่ยงการเกา เพราะอาจทำให้กลายเป็นแผลและติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนได้

                          นอกจากโรคผื่นผิวหนังอักเสบชนิดตุ่มน้ำใส (dyshidrosis) ดังกล่าวแล้ว  โรค อื่นๆ ที่อาจเป็นไปได้ เช่น โรคหิด โรคตุ่มน้ำพองจากภูมิคุ้มกัน (pemphigus และ bullous pemphigoid) เป็นต้น ดังนั้น หากผื่นเป็นแบบต่อเนื่อง ไม่มีช่วงที่ดีขึ้นหรือหายไป ก็ควรไปให้แพทย์เฉพาะทางผิวหนังเพื่อตรวจและรักษาค่ะ