ถามแพทย์

  • ตกขาวสีเหลืองขาว น้ำตาล เป็นค่อนข้างบ่อย

  •  Earn0
    สมาชิก

    คือ หนูมีลักษณะอาการตกขาวผิดปกติมานานแล้วค่ะแรกๆก็เป็นสีขาวมาเย้อะค่ะแต่ไม่มากแต่ช่วงหลังมีเป็นสีขาวออกเหลืองๆเขียวๆอ่ะค่ะ แต่ตอนนี้เริ่มเป็นสีน้ำตาลอ่อนๆ แชะๆบางครั้งก็ออกมาแบบน้ำปนกันอ่ะค่ะ หาข้อมูลในเน็ตเห็นก็กลัวจะเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ตอนนี้กลุ้มมาก เพราะไม่กล้าไปหาหมอด้วยค่ะ

    สวัสดีค่ะ คุณ Earn0

    การที่มีตกขาวเกิดขึ้น ต้องมาดูก่อนค่ะ เนื่องจากในบางครั้ง อาจเป็นตกขาวผกติที่ออกมาในช่องคลอดของผู้หญิงได้อยู่เเล้ว แต่จะสงสัยภาวะที่ตกขาวผิดปกติ (Leukorrhea) ตกขาว คือ ตกขาว ที่มีการเปลี่ยนเเปลงไปจากเดิม เช่น ปริมาณเพิ่มมากขึ้น มีกลิ่นเหม็น มีสีที่ผิดปกติไป เช่น สีเหลือง สีเขียว เป็นฟอง มีอาการคันช่องคลอด หรือคันอวัยวะเพศภายนอก ซึ่งอาจสัมพันธ์กับการติดเชื้อในช่องคลอดได้ อาจจะสัมพันธ์หรือไม่สัมพันธ์กับการมีเพศสัมพันธ์ก็ได้ค่ะ

    การติดเชื้อในช่องคลอด เช่น 

    -แบคทีเรีย (Bacterial vaginosis) ส่วนมากไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ แต่เป็นการเสียสมดุลของภาวะกรดด่างในช่องคลอด เกิดการอักเสบของเยื่อบุชั้นบนขึ้น ทำให้มีตกขาวปริมาณเพิ่มมากขึ้น มีกลิ่นเหม็น แสบคันช่องคลอดไม่มาก

    -การติดเชื้อรา (Vulvovaginal candidiasis) ตกขาวจะมีลักษณะเป็นก้อนสีขาว หรือสีเหลือง คล้ายนมบูด มีอาการเเสบคันช่องคลอด หรืออวัยวะเพศภายนอกร่วมด้วย อาจสัมพันธ์การมีเพศสัมพันธ์ การใช้ถุงยางอนามัย การรับประทานยาฆ่าเชื้อ หรือเบาหวานได้

    -ปรสิต (Trichomonas vaginalis) ตกขาวมีปริมาณเยอะขึ้น มีสีเหลือง แสบคันช่องคลอดมาก บางครั้งตกขาวเหมือนหนอง หรือมีเลือดปน ซึ่งคู่นอนอาจมีสารคัดหลั่งลักษณะคล้ายกันได้

    -หนองใน (Gonorrhea) สามารถมีตกขาวที่เหมือนหนอง อาจมีเลือดปน บางครั้งมีปัสสาวะเเสบขัดร่วยด้วย สัมพันธ์กับการมีเพศสัมพันธ์ 

    -หนองในเทียม (Chlamydria) อาจมีตกขาวเล็กน้อย มาโดยตลอด ปริมาณไม่มาก สัมพันธ์กับการมีเพศสัมพันธ์ 

    หรือ การอักเสบที่ปากมดลูก มีก้อนหรือติ่งเนื้อที่ปากมดลูก 

    หรือ มีก้อนที่มดลูก เยื่อบุโพรงมดลูกหนา หรือก้อนที่รังไข่ หรือที่ปีกมดลูกเเละเกิดสารคัดหลั่งออกมา

    ลักษณะตกขาว เท่าที่อธิบายมา สามารถเกิดได้จากหลายอย่างมากค่ะ เเละการที่เป็นค่อนข้างบ่อย การที่ได้มาตรวจร่างกาย เเละตรวจภายในโดยสูตินรีเเพทย์ จะสามารถให้ข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับสาเหตุได้ถูกต้องมากกว่าค่ะ เนื่องจากแต่ละสาเหตุให้การรักษาที่เเตกต่างกัน และถ้าเป็นซ้ำบ่อยๆก็อาจมีความจำเป็นต้องหาสาเหตุเพิ่มเติมค่ะ