อาทิตย์ที่แล้วไปหาหมอเนื่องจากเป็นเริม แต่หมอให้ตรวจ HIV ด้วย (ผลตรวจไม่พบเชื้อ HIV หรือเชื้ออื่น) หมอเลยให้ยามากิน และนัดตรวจอีกสัปดาห์หน้า (คือวันนี้) ผลคือเริมหายตกสะเก็ดแล้ว วันนี้ไปพบหมอ หมอนัดให้มาตรวจเลือดอีก 3 เดือน จึงอยากทราบประเมินสถานการคร่าวๆ ว่า จะพบเชื้อไหม โดยมีปัจจัยหลักให้ลองพิจารณา ดังนี้
- เลิกกับแฟนเก่าไปได้ 4 เดือน (คบกันมา 3 ปีกว่า) หากนับถึงวันที่จะต้องตรวจเลือด เดือน พ.ย. ก็ประมาณ 7 เดือน
- เพิ่งมีเพศสัมพันธ์กับแฟนใหม่ได้ประมาณ 20 วัน (ก่อนเป็นเริม) ช่วงเดือน ก.ค.
โอกาสพบเชื้อ HIV, ซิฟิริส และ/หรือเชื้ออื่น ๆ มากน้อยแค่ไหนครับ
ส่วนตัวคิดถ้าจะติดเชื้อ HIV คงติดนานแล้ว เพราะคบกับแฟนเก่ามาหลายปี อาการคงต้องออกบ้างแล้ว ผลตรวจล่าสุดคือไม่พบ แต่เป็นเริม จึงไม่ค่อยเข้าใจเหตุผลที่ต้องตรวจซ้ำอีก
ปล.สาเหตุของการเป็นเริม นอกจากเกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ มีอย่างอื่นอีกด้วยหรือไม่ครับ

