ถามแพทย์

  • คันอวัยวะเพศภายในมา 3 วัน มีตกขาวมีเลือดปน ไม่มีกลิ่น ฝังยาคุมมา 4 เดือน เป็นเชื้อราหรือตั้งครรภ์

  •  bangbang
    สมาชิก
    สวัสดี​ค่ะหมอ พอดีช่วง 3 วันนี้คันที่อวัยวะเพศภายในจนถึงปากช่องคลอดค่ะ มีอาการบวมแดงตึงๆ และก็ตกขาวเป็นก้อนเล็กๆ ค่ะ ก้อนจะมีขาวๆ ไม่ก็เหลืองๆ แล้วก็ปนเลือดจางๆ ค่ะ ไม่มีกลิ่นอะไรทั้งสิ้นค่ะ และไม่ได้ตกขาวจนแฉะอะไรค่ะ ปล. ดิฉันฝังยาคุมกำเนิดมา 4 เดือนแล้วค่ะ เดือนแรกประจำเดือนมา แต่พอเดือนถัดไปกลับขาด ไม่มา ตลอดทุกเดือนมีเพศ​สัมพันธ์​มาเรื่อยๆ ค่ะ ไม่ทราบว่าที่เป็นตอนนี้เป็นเพียงเชื้อราในช่องคลอด ฯลฯ หรือว่าเพราะตั้งครรภ์​คะ ขอบพระคุณ​ล่วงหน้า​ค่ะ​

     สวัสดีค่ะ คุณ bangbang,

                      อาการคันในช่องคลอด อวัยวะเพศบมแดง และมีตกขาว มีเลือดปน  อาจเกิดจาก

                      1. การติดเชื้อราในช่องคลอด ซึ่งจะทำให้มีอาการคันช่องคลอดเป็นหลัก อาจมีเจ็บแสบร่วมด้วยได้ และมีตกขาวที่ผิดปกติร่วมด้วย คือตกขาวมีปริมาณมากขึ้น มีสีขาวขุ่นจับตัวเป็นก้อนคล้ายแป้งเปียก หรือนมบูด มักไม่มีเลือดปนไม่มีกลิ่นเหม็น หากการติดเชื้อราลามมาบริเวณอวัยวะเพศภายนอก ก็อาจเกิดเป็นผื่นสีแดง หรือผิวหนังมีการบวมแดง 

                      2. การติดเชื้ออื่นๆ ในช่องคลอด เช่น ติดเชื้อปรสิตในช่องคลอด ซึ่งอาจทำให้อวัยวะเพศและช่องคลอดบวมแดง มีเจ็บ แสบหรือคันได้ ตกขาวอาจมีเลือดปนได้ แต่มักจะมีกลิ่นเหม็นร่วม

                      3. การแพ้สัมผัส เช่น อาจแพ้ผงซักฟอก หรือน้ำยาที่ใช้ซักกางเกงใน แพ้น้ำยาปรับผ้านุ่ม แพ้ผ้าอนามัย แพ้แป้ง แพ้น้ำหอม แพ้ถุงยางอนามัย เป็นต้น แต่มักจะเห็นเป็นผื่นแดงที่ผิวหนังของอวัยวะเพศภายนอกร่วมด้วย

                      4. การเปียกชื้นบริเวณอวัยวะเพศ เช่น ชุดชั้นในรัดมากเกินไป ไม่ระบายอากาศ  หรือเหงื่อออกมาก

                      5. มีพยาธิเส้นด้ายหรือพยาธิเข็มหมุดจากในทวารหนักเข้ามาอยู่ที่ปากช่องคลอด แต่ก็จะมีอาการคันรูทวารหนักร่วมด้วย โดยเฉพาะเวลากลางคืน

                         สำหรับการฝังยาคุมกำเนิด มักทำให้เกิดอาการเลือดออกกะปริดกะปรอยในช่วงแรก หรือมีประจำเดือนมาบ่อย แต่เมื่อผ่านไปซักระยะ ประจำเดือนอาจจะขาดหายไปได้ ซึ่งการที่ประจำเดือนไม่มา จึงน่าจะเกิดจากผลของยามากกว่าเกิดจากการตั้งครรภ์ เพราะโอกาสในการตั้งครรภ์จากการยาฝังคุมกำเนิดนั้นมีเพียงแค่ 0.05%

                       ในเบื้องต้น ให้พยายามหลีกเลี่ยงสิ่งที่คาดว่าจะเป็นสาเหตุทำให้เกิดการแพ้และระคายเคืองต่างๆ และอย่าให้อวัยวะเพศเปียกชื้น ใส่กางเกงและกางเกงชั้นในที่ไม่รัดแน่นจนเกินไป งดการสวนล้างช่องคลอด หากยังคงมีอาการคันมาก และมีตกขาวผิดปกติร่วมด้วย ก็ควรไปพบแพทย์เพื่อรักษาค่ะ