ถามแพทย์

  • ใช้แชมพู ยี่ห้อใหม่ เกิดอาการคัน แสบหนังศีรษะ ไปตรวจแล้วไม่ดีขึ้น เกิดจากอะไร

  •  Jojö Wättz
    สมาชิก
    ผมลองเปลี่ยนมาใช้แชมพูโอทอปยี่ห้อหนึ่ง จากนั้นมีอาการคัน แสบหนังศรีษะ จึงหยุดใช้แชมพูนั้น และกลับมาใช้แชมพูยายี่ห้อเซลซั่น แต่อาการคันไม่ลดลง และเหมือนลามมาคันที่หน้า เป็นสิวผดเม็ดเล็กๆ จึงได้ไปหาหมอที่คลีนิคแห่งหนึ่ง ได้กดสิว เพื่อไปส่องกล้อง คุณหมอวินิจฉัยว่า เป็นยีสต์ หรือตระกูลเซปเดิร์ม จึงให้ยาฆ่าเชื้อมาทาน 2 อาทิตย์ + แชมพูยา + เจลล้างหน้า + ครีมที่มีส่วนผสมของสเตรียรอยด์ (ให้ทา 1 อาทิตย์) พบว่าอาการทุเลาลงบ้าง แต่ก้อยังมีคันหนังศรีษะ กรอบหน้า คิ้ว ข้างๆ จมูกอยู่ แต่อาการเพิ่มเติมมา คือคันตามตัวด้วยครับ มันจะยิบๆ ในผิว ไม่ได้เป็นผื่นนะครับ ไม่ทราบว่าอาการแบบนี้คือผมเป็นอะไร หรือทั้งหมดนั้นมาจากการแพ้สารในแชมพูอย่างเดียวเลย ซึ่งการที่ผมหยุดใช้และผ่านมา 2 อาทิตย์แล้ว มันก้อยังอาการไม่ดีขึ้นเลย รบกวนคุณหมอคำถามผมด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับ

     

    สวัสดีค่ะคุณ Jojo Wattz

     

    อาการคันหนังศีรษะ สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ได้แก่

     

    -โรคผิวหนังอักเสบเซบเดิร์ม (seborrheic dermatitis) สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคไม่ชัดเจน มักเกิดในบริเวณที่มีต่อมไขมันมาก เช่น ซอกจมูก คิ้ว หลังหู ลำตัวส่วนบน จะมีผื่นแดงคัน บางคนจะมีสะเก็ดสีเหลืองมัน บางคนมีสะเก็ดรังแค โรคนี้มีปัจจัยกระตุ้นที่พบบ่อยได้แก่ ความเครียดและอากาศเย็น นอกจากนี้ผู้ป่วยบางรายจะมีการติดเชื้อราชื่อ Malasse เพิ่มเติม เนื่องจากเป็นเชื้อราที่ชอบไขมัน

     

    -โรคสะเก็ดเงิน (scalp psoriasis) เกิดจากภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานผิดปกติ ซึ่งผู้ป่วยจะมีผื่นหนา มีขุยคัน ได้ที่ตามร่างกายและหนังศีรษะ

     

    -โรคผิวหนังอักเสบ (eczema) เป็นผิวหนังอักเสบที่ไม่มีปัจจัยหรือสาเหตุที่ชัดเจน เป็นผื่นคัน สามารถเป็นที่ร่างกายหรือหนังศีรษะได้ มักมีประวัติเป็นตั้งแต่เด็ก

     

    -โรคผื่นแพ้สัมผัส (contact dermatitis) ซึ่งสามารถทำให้เกิดอาการคัน หนังศีรษะแดง หรือมีผื่นแดงคันบริเวณอื่นที่สัมผัสสารที่แพ้

     

    -กลากเกลื้อนที่หนังศีรษะ (Tinea capitis) เป็นการติดเชื้อราชนิดหนึ่ง ซึ่งจะมีอาการคัน มีแผ่นลอกจากหนังศีรษะ

     

    -อื่นๆ

     

     

     

    โดยโรคผื่นแพ้สัมผัส แนะนำให้ผู้ป่วยเลี่ยงสารที่แพ้  พยายามไม่เกาเนื่องจากมีโอกาสติดเชื้อแบคทีเรียเพิ่มเติมได้ ลดการระคายเคืองโดยใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนของผิว รักษาความชุ่มชื้นของรอยโรคค้วยการทาโลชั้นำหรับผิวที่แพ้ง่าย

     

     

     

    ส่วนโรคผิวหนังอักเสบเซบเดิร์ม แพทย์จะให้การรักษาเพื่อควบคุมอาการ ไม่มีการรักษาใดที่จะทำให้หายขาดได้ โดยการใช้ยาจะมีการปรับตามอาการ และจะใช้ยาสั้นๆ ตามการกำเริบของโรค

     

    การดูแลตนเองแนะนำให้ผู้ป่วยสังเกตผื่น หากมีผื่นให้รีบทายา หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ป้องกันการติดเชื้ออื่นๆซ้ำซ้อนโดยตัดเล็บให้สั้น ไม่พยายามแกะเกาบริเวณผื่น

     

    หากอาการไม่ดีขึ้นควรพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสม

     

     

     

    ดังนั้นหากคุณ Jojo กังวลเรื่องผื่นแพ้สัมผัส แนะนำให้ลองดูว่า มีสารอื่นๆที่มีโอกาสแพ้อีกหรือไม่เช่น น้ำยาซักผ้า น้ำที่ใช้อาบ สบู่ เป็นต้น และให้หลีกเลี่ยงสิ่งคิดว่าแพ้  ใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิวมากขึ้นและใช้โลชั่นทาเพื่อให้ผิวไม่แห้ง เนื่องจากผิวแห้งมีส่วนทำให้คันมากขึ้น และเรื่องโรคผิวหนังอักเสบเซบเดิร์ม ให้ติดตามการรักษาต่อเนื่องกับแพทย์ผู้รักษานะคะ