ถามแพทย์

  • ควรปฏิบัติตัวยังไงเมื่อมีอาการคะ

  •  Primary Blaze
    สมาชิก
    สวีสดีค่ะ อยากสอบถามตอนนี้ป่วยเป็นไทรอยด์เป็นพิษ มีโรคประจำตัว ไมเกรน และหอบ และมีภาวะซึมเศร้า ตอนนี้ใช้ยาpropranolol 40mg มา2เดือนแล้ว มีอาการนอนไม่หลับ เหนื่อยตลอดเวลา ปวดชาใต้ราวนมซ้ายเหมือนบีบรัด เป็นบางครั้ง ประมาณ 2-3 ครั้ง/อาทิตย์ เป็นตอนอยู่เฉยๆ นอน หรือ เดิน เวลามีอาการจะเป็น10-20นาทีจะยิ่งปวดเมื่อขยับตัว บางครั้งปวดชาปวดคอซีกซ้ายยาวเยื้องมาถึงอกซ้ายบนติดกับรักแร้ ปวดจี้ๆ เหมือนโดนทิ่ม บางครั้งปวดแน่นกลางอกแบบไต่ระดับค่อยๆปวดจนปวดมากแล้วคลายแล้วก็กลับมาปวดใหม่ ปวดจนงอตัว ปวดชาเหมือนเวลาถือน้ำแข็งนานๆ เวลาปวดแน่นหน้าอกมักร้าวหลัง ปวดชาหลัง ไหล่ หรือสะบักหลังร่วมด้วย มีอาการเหนื่อยง่าย ซึมๆ หายใจเหนื่อย หายใจเหนื่อยมักใช้ยาดม หรือพัดลมช่วย หายใจไม่เต็มอิ่ม เหมือนถอนหายใจแรงๆตลอดเวลา หน้ามืดบ่อย ภาพเบลอภาพไม่โฟกัสบ่อย มีอาการใจสั่น งดคาเฟอีนมา2เดือนแล้วแต่ยังมีอาการใจสั่น มักเป็นช่วงเช้าตอนตื่นหรือหลังทานยา และค่ำ ความดันปกติ 79 41 76 , 77 49 73 ความดันช่วงใจสั่น 93 59 133 , 88 57 129 ,143 48 129 มีอาการปวดศรีษะแบบกดตุบๆ ศรีษะร้อน ร้าวกระบอกตา กับ กราม เป็นถี่ ในเดือนที่ผ่านมาเป็นเกือบทุกวัน กินเวลา 4-5ชม. ใช้ยา amitriptyline 25 mg มีก้อนที่อกขวา ขนาดประมาณครึ่งข้อนิ้ว เป็นมา4เดือนแล้ว พึ่งมามีอาการ ปวดชา ตึงๆ จีบแล้วเจ็บหรือขยับแรงๆจะเจ็บ ประมาณ2อาทิตย์ ปวดชาแขนขาตามนิ้ว เป็นถี่ตรงข้อต่อซ้าย ร้าวนิ้วนางก้อยซ้าย ปวดชาต้นขาขวา เข่าซ้ายขยับไม่ได้เจ็บมากเป็นประมาณ20-30นาที ตรวจวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจปกติ อยากทราบว่านี่คืออาการทั่วไปของไทรอยด์เป็นพิษไหมคะ แล้วควรปฏิบัติตัวอย่างไรเมื่อมีอาการเพื่อให้อาการบรรเทา นัดหมออีกทีเดือน9 ขอบคุณค่ะ
    Primary Blaze  พญ.นรมน
    แพทย์

     สวัสดีค่ะคุณ Primary Blaze

    ภาวะไทรอยด์เป็นพิษคือไทรอยด์ที่ทำงานมากจนเกินไปค่ะ  ซึ่งมีสาเหตุได้หลายอย่าง เช่นภูมิคุ้มกันในร่างกายตัวเองผิดปกติ หรือมีก้อนเนื้อที่สร้างฮอร์โมน อาจทำให้เกิดอาการ ใจสั่น เวียนศีรษะ มือสั่น เหงื่อออกมาก กินจุ หิวบ่อย แต่น้ำหนักลด ท้องเสีย ตาโปน อาจจะร้ายแรงก็คือใจสั่นจนมีหัวใจเต้นผิดจังหวะได้ ซึ่งอาการดังกล่าวมานั้นจะเกิดจากการที่ตัวฮอร์โมนไทรอยด์ไปกระตุ้นหลายๆระบบ หลายๆอวัยวะในร่างกายทำให้เหมือนมีระบบเผาผลาญที่มากอยู่ตลอดเวลา สิ่งที่อันตรายคือผลต่อหัวใจที่ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะได้

    โดยอาการของหัวใจเต้นผิดจังหวะที่ต้องคอยสังเกต ถ้ามีให้รีบไปพบแพทย์ คือใจสั่น เจ็บแน่นอกด้านซ้าย หายใจไม่สะดวก หอบเหนื่อยค่ะ

    ส่วนความดันที่ให้มานั้น  น่าจะมีค่าชีพจรหรืออัตราการเต้นของหัวใจด้วย คิดว่าน่าจะเป็นเลขตัวแรก ซึ่งควรจะอยู่ในช่วง 60-100 ถ้าเกินกว่านี้ถือว่าเร็วผิดปกติ แสดงว่าไทรอยด์เป็นพิษที่เป็นอยู่ยังควบคุมด้วยยาไม่ได้ค่ะ

    หากมีอาการใจสั่น เบื้องต้นแนะนำการรับประทานยา ยาpropranolol ที่มีอยู่เพื่อช่วยบรรเทาอาการได้ทุก 6 ชั่วโมง งดการดื่มชา กาแฟ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่สำคัญคือควรรีบกลับไปพบแพทย์ที่ดูแล อาจจะต้องมีการตรวจวัดระดับฮอร์โมนไทรอยด์ และปรับยาตามความเหมาะสม ร่วมกับหาดูว่ามีการเต้นของหัวใจที่ผิดจังหวะไปด้วยหรือไม่

    ส่วนอาการชาตามร่างกาย ปวดเมื่อยนั้น อาจจะเป็นปัญหาเกี่ยวกับระบบกล้ามเนื้อหรือระบบประสาท หรือในผู้ป่วยไทรอยด์เป็นพิษบางคนอาจมีอาการดังกล่าวร่วมด้วยได้ แต่อาการหลักสำคัญที่อันตรายและถือว่าโรคควบคุมไม่ได้คืออาการใจสั่นและเจ็บแน่นหน้าอกดังกล่าวไป