
Oct 24, 2021 at 02:03 PM

Oct 24, 2021 at 02:03 PM

Oct 24, 2021 at 03:48 PM
สวัสดีค่ะ คุณ Nongkong,
ปื้นแดงๆ ที่ขา ซึ่งมีลักษณะที่มีสีแดงรอบๆ และตรงกลางเป็นสีเทาดำ มีอาการเจ็บและแสบ ไม่น่าจะเป็นผื่นลมพิษ เนื่องจากผื่นลมพิษ มักเป็นหลายตำแหน่ง และจะมีอาการคันเป็นหลัก นอกจากนี้ ผื่นลมพิษ จะขึ้นแล้วหายใน 24 ชั่วโมง แล้วขึ้นมาใหม่ โดยอาจเป็นตำแหน่งเดิมหรือตำแหน่งใหม่ค่ะ ดังนั้น อาการที่เป็นอยู่ จึงน่าจะเกิดจากสาเหตุอื่นมากกว่า เช่น
- ผื่นจากการโดนด้วงก้นกระดกกัด จะพบเป็นผื่นแดง หรือผื่นเหมือนรอยไหม้ตรงกลาง มักเป็นแนวเส้นยาว และจะพบร่วมกับผื่นที่เป็นตุ่มน้ำใสขนาดเล็กๆ มีอาการปวดแสบร้อน ต่อมาผื่นจะตกสะเก็ดและหายได้เองได้ภายใน 7 - 10 วัน
- งูสวัด คือโรคติดเชื้อไวรัส มีสาเหตุเกิดจากเชื้อไวรัสชนิดเดียวกับเชื้อที่เป็นสาเหตุของโรคอีสุกอีใส หากเชื้อชนิดนี้เข้าสู่ร่างกายผู้ที่ไม่เคยได้รับเชื้อก็จะทำให้เป็นโรคอีสุกอีใส และเมื่อหายเป็นปกติแล้ว เชื้อดังกล่าวจะเข้าไปอยู่บริเวณปมประสาทของร่างกาย เมื่อร่างกายอ่อนแอ เชื้อก็จะออกจากปมประสาทและทำให้เกิดโรคที่ผิวหนังตามเส้นประสาทของผมประสาทนั้นๆ ซึ่งเรียกว่า งูสวัด โดยลักษณะของโรคงูสวัด คือจะเป็นผื่นที่เป็นตุ่มน้ำใสอยู่กันเป็นกลุ่ม และมีอาการปวดแสบปวดร้อนร่วมด้วย บางรายอาจมีอาการไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตัว คลื่นไส้ ร่วมด้วย หลังจากนั้น ตุ่มน้ำจะค่อย ๆ แห้งตกสะเก็ดไปใน 7-10 วัน
ดังนั้น หากเคยเป็นอีสุกอีใสมาก่อน และผื่นที่เกิดขึ้นนั้น เกิดในช่วงก่อนและขณะที่มีประจำเดือนมา ซึ่งเป็นช่วงที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายอ่อนแอ ก็น่าจะเป็นงูสวัดได้ อย่างไรก็ตาม อาจแยกยากจากผื่นที่เกิดจากด้วงกระดกกัด ดังนั้น แนะนำควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยค่ะ ในเบื้องต้น ควรงดทาครีม T.A. cream ที่ทาอยู่ เนื่องจากเป็นยาสเตียรอยด์ ซึ่งอาจทำให้อาการของโรคงูสวัดแย่ลงได้ และหากไม่ได้มีอาการคัน ก็ไม่ควรทานยาแ้กแพ้แก้คันไปค่ะ