ถามแพทย์

  • ขอสอบถามนะครับ มีโอกาสท้องสูงไหม

  •  earthh123
    สมาชิก
    ผมมี พสพ กับแฟน สวมถุงยางตลอด แต่ก่อนหน้ามี พสพ 2ชั่วโมง ผมได้ช่วยตัวเองก่อนจนเสร็จรอบนึง ได้ทำการล้างเรียบร้อย และได้ปัสสาวะรอบนึงแล้ว ตอนมี พสพ กับแฟน สวมถุงยางตลอด แต่มี น้ำ เหมือนเห็นฟองๆ ตรงโคนในถุงยาง อยากรู้ว่าคือน้ำอะไรมีโอกาสทำให้ท้องไหม ผมทำต่อจนเสร็จ แล้วก็ทำถุงยางไปเช็คโดยการใส่น้ำ ไม่มีการรั่วครับ ข้อถามเป็นข้อๆนะครับ 1.กรณีช่วยตัวเองไปก่อนหน้านั้น แล้วได้ปัสสาวะไปแล้วมีโอกาสที่อสุจิ จะคาอยู่ในท่อปัสสาวะ แล้วจะปนกับน้ำหล่อลื่นไหมครับ 2.น้ำที่อยู่ในถุงยางบริเวณตรงโคนถุงคือน้ำอะไรมีโอกาสท้องไหม มันเป็นน้ำขาวๆอ่ะครับ 3.ระหว่างมี พสพ ถุงยางมันร่นไปด้านหน้า แต่ตรงโคนยังรัดไว้อยู่คือตรงส่วนโคนอยู่ที่เดิม แต่ด้านหน้าร่นไป จากการดึงออก ( ตอนนั้นยังไม่เสร็จ ) แล้วก็ดึงกลับให้ถึงยางมันตึงเหมือนเดิม ( เหมือนประมาณว่า ตรงโคนยังแน่นอยู่ที่เดิม รัดอยู่ที่เดิม แต่ถุงด้านหน้ามันห้อยอ่ะครับแบบไม่ตึงตอนดึงออกจากตัวแฟน ) 4.มี พสพ ครั้งแรกของแฟนครับ 5.เดือนนี้ประจำเดือนแฟนผมมาวันที่ 10 กันยา รอบเดือนประมาณ 32-33วัน เป็นช่วงตกไข่มั้ยครับ ถ้าเป็นจะมีโอกาสท้องไหม 6.พอเสร็จผมก็ดึงออกเลยครับ แล้วก็ไปเช็คไม่มีการรั่ว แต่กังวลคือน้ำในถุงส่วนโคนคือน้ำอะไร สีขาวขุ่นๆ แล้วการข่วยตัวเองก่อนการมี พสพ เสี่ยงไหม แต่ได้ปัสสาวะไปแล้ว+ล้างแล้ว

    สวัสดีค่ะ คุณ earthh123,

                         หากมีเพศสัมพันธ์ โดยใช้ถุงยางอนามัยป้องกัน และไม่มีการฉีกขาดรั่ว โอกาสในการตั้งครรภ์ก็ถือว่ามีน้อยค่ะ สำหรับน้ำที่อยู่บริเวณโคนถุงยาง ก็น่าจะเป็นน้ำหล่อลื่นหรือตกขาวของฝ่ายหญิงค่ะ

                          สำหรับคำถาม

                        1. การช่วยตัวเองไปก่อนหน้านั้น หากได้ปัสสาวะออกไปแล้ว อสจิก็ไม่น่ามีค้างอยู่ในท่อปัสสาวะแล้วค่ะ หรือหากมีก็น้อยมาก 

                        2. น้ำที่อยู่บริเวณโคนถุงยาง หากอยู่บริเวณภายนอก ก็น่าจะเป็นน้ำหล่อลื่นหรือตกขาวของฝ่ายหญิงค่ะ

                        3. การที่ถุงยางร่นเล็กน้อย แต่หากใส่แล้วแน่นพอดี ไม่มีการฉีกขาดหรือรั่วซึม ไม่ได้มีการทาวาสลีนที่ถุงยาง ถุงยางยังไม่หมดอายุ ก็ไม่น่ามีผลต่อประสิทธิภาพของถุงยางค่ะ 

                         4-5. หากประจำเดือนมาวันที่ 10 ก.ย.แล้วได้มีเพศสัมพันธ์ในวันที่ 25 ก.ย. ถือว่าไม่ใช่ระยะปลอดภัย และอยู่ในช่วงที่อาจมีไข่ตกได้

                         6. การใช้ถุงยางอนามัยนั้น หากใช้อย่างถูกต้อง โอกาสใรการตั้งครรภ์ถือว่ามีน้อยค่ะ

                         หากจะมีเพศสัมพันธ์บ่อยๆ และกังวลเรื่องการตั้งครรภ์ ก็ควรใช้วิธีคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าถุงยางอนามัย เช่น ยาเม็ดคุมกำเนิด ยาฉีดคุมกำเนิด แผ่นแปะคุมกำเนิด เป็นต้น ซึ่งจะช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้มากกว่า 99% ค่ะ