
Oct 14, 2017 at 12:26 PM

Oct 14, 2017 at 12:26 PM

Oct 14, 2017 at 01:38 PM
สวัสดีค่ะ คุณ sukanda,
อาการคันที่ขาหนีบ อาจเกิดจาก
1. การติดเชื้อรา Candida มักพบตามซอกผิวหนังที่อับชื้น เช่น ซอกรักแร้ ขาหนีบ ใต้ราวนม สะดือ ง่ามนิ้ว รวมถึงเล็บ และในช่องคลอดด้วย หากเป็นที่ผิวหนัง จะเห็นผิวหนังมีลักษณะรอยแดงแบบหนังถลอก มีของเขตที่ชัดเจน และรอบๆ รอยแดง จะมีผื่นนูนแดงเล็กๆ กระจายอยู่ และมีอาการคันร่วมด้วย
2. โรคกลาก เป็นติดเชื้อรากลุ่มเดอร์มาโตไฟต์ (dermatophyte) ที่ผิวหนัง อาการเริ่มแรกมักจะเห็นเป็นตุ่มแดง ๆ แล้วค่อย ๆ ลามออกไปจนมีลักษณะเป็นวงที่มีขอบเขตชัดเจน ขอบจะนูนเล็กน้อยและมีสีแดง มักมีตุ่มน้ำใสเล็ก ๆ หรือขุยขาว ๆ อยู่รอบวง และมักมีอาการคันร่วมด้วย
3. ผิวหนังอักเสบจากการระคายเคืองของสารเคมี เช่น สบู่ ผงซักฟอก น้ำยาปรับผ้านุ่ม เป็นต้น เริ่มแรกจะเห็นเป็นผื่นแดง ผิวอาจบวมเล็กน้อย ต่อมามีตุ่มน้ำเล็กๆ มีน้ำเหลืองเยิ้ม ต่อมาผื่นจะลดลง ในระยะต่อมา ผื่นจะแห้งขึ้นตกสะเก็ด มีอาการคัน หากเป็นเรื้อรัง รวมกับมีการเกาบ่อยๆ ผืวหนังจะหนาขึ้น แห้ง แข็ง และมีสีคล้ำขึ้น
4. ผิวหนังอักเสบจากโรคอื่นๆ เช่น โรคเซบเดิม (seborrheic dermattitis) แต่มักพบตามใบหน้า หลัง หน้าอก หรือหนังศรีษะ
แนะนำให้ไปพบแพทย์เพื่อตรวจดูลักษณะของผิวหนังบริเวณขาหนีบนะคะ ว่าน่าจะเกิดจากสาเหตุใดดังกล่าวไป และจะได้รักษาตามสาเหตุค่ะ