ถามแพทย์

  • กระพุ้งแก้มเป็นแผลค่ะ

  • คือว่าหนูไม่แน่ใจว่าเกิดจากอะไร เเต่ที่คิดว่าน่าจะเกิดจากแพ้ยาสีฟันหรือเปล่าคะ พอดีหนูใช้ยาสีฟันคลอเกตสูตรฟันขาว แล้วก่อนหน้านี้เคยใช้มา แล้วแพ้ เหงือกบวม แต่ครั้งนี้เป็นเหตุสุดวิสัยเลยจำเป็นต้องเอากลับมาใช้อีกที ตอนนี้หนูเลิกใช้แล้วค่ะ แล้วเปลี่ยนใช้ตัวใหม่แทน แต่ทำไมครั้งนี้มาเป็นแผลที่กระพุ้งแก้มคะ กังวลมากๆ ไปเสิร์ชใน google แล้วก็บอกว่ามะเร็งในช่องปากบ้าง ร้อนในบ้าง ถ้าส่งรูปให้คุณหมอดูได้ หนูก็อยากส่งให้ดูนะคะ กระพุ้งแก้มบวมๆแล้วทำให้เหงือกบวมด้วย ตอนนี้กระพุ้งแก้มบวมมาติดฟันกรามซี่สุดท้ายแล้วค่ะ เป็นมาได้ประมาณ 3 วันแล้วค่ะ ตอนนี้รู้สึกปวด กินข้าวก็ปวดแล้ว หนูเป็นอะไรกันแน่คะ TT

    สวัสดีค่ะ คุณ ฟหกด เ้่าสว,

                        แผลที่บริเวณกระพุ้งแก้ม อาจเป็น

                        - แผลร้อนใน (aphthous ulcer) จะมีลักษณะเป็นแผลขนาดเล็กและตื้น มีสีเหลืองหรือขาว รอบๆ แผลจะมีอาการบวมแดงได้ โดยจะพบได้ที่เยื่อบุภายในช่องปาก ทั้งในบริเวณเหงือก กระพุ้งแก้ม ลิ้น เพดานอ่อน รวมถึงคอหอย และจะทำให้เกิดอาการเจ็บปวด ทำให้กินอาหารและพูดลำบาก แผลร้อนในจะหายไปได้เองภายใน 1-2 สัปดาห์ ทั้งนี้ สาเหตุในการเกิดมีได้จากหลายปัจจัย ซึ่งการใช้สารเคมีที่รุนแรง หรือแพ้สารเคมีบางอย่าง เช่น ในยาสีฟันหรือน้ำยาบ้วนปากต่างๆ ก็มีส่วนกระตุ้นให้เกิดได้

                       - การโดนของแข็งหรือแหลมคมทิ่มแทง เช่น ก้างปลา กระดูกไก่ เป็นต้น 

                        - โรคติดเชื้อต่างๆ เช่น โรคมือ-เท้า-ปาก โรค herpangina (เฮอร์แปงไจนา) เป็นต้น แต่ส่วนใหญ่จะมีไข้ร่วมด้วย และมักจะมีมากกว่า 1 แผล

                         - necrotizing sialometaplasia คือเนื้อเยื่อต่อมน้ำลายที่อยู่ในช่องปากบริเวณเพดานเกิดการตายจากการขาดเลือดมาเลี้ยง จึงทำให้เกิดเป็นแผลตื้นๆ แต่มักจะไม่เจ็บ และสามารถหายได้เองภายใน 6-10 สัปดาห์

                       - โรคภูมิแพ้ตนเองชนิดต่างๆ เช่น Bechet's disease, lichen planus, mucous membrane pemphigoid เป็นต้น แต่มักจะมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วยอีกหลายอย่าง

                        - มะเร็ง แต่พบได้น้อยมากในคนอายุน้อย และมักพบในผุ้ที่สูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ หรือเคี้ยวหมากเป็นประจำ โดยจะเป็นแผลเรื้อรังที่ไม่หาย มีขนาดขยายใหญ่ขึ้นรวดเร็ว 

                        หากมีอาการอื่นๆ ร่วม เช่น มีไข้ ต่อมน้ำเหลืองโต ก็ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจค่ะ แต่หากไม่มีอาการอื่นๆ อาจสังเกตแผลไปก่อนก็ได้ หากแผลหายไปได้เองภายใน 2 สัปดาห์ ก็ไม่จำเป็นต้องทำอะไร แต่หากแผลไม่หายภายใน 2 สัปดาห์ หรือมีการขยายขนาดเพิ่มขึ้น หรือมีจำนวนเพิ่มขึ้น ก็ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจค่ะ

                         ในเบื้องต้น ควรงดการใช้ยาสีฟันที่เคยใช้แล้วมีอาการดังกล่าว ควรบ้วนปากด้วยน้ำเกลือบ่อยๆ  หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด อาหารและเครื่องดื่มที่ร้อน อาจใช้ยาทาป้ายปาก เช่น ยาไตรแอมซิโนโลน หรือยาชาเฉพาะที่สำหรับป้ายปาก เป็นต้น