ข้ามไปที่เนื้อหา
Pobpad
BCG (บีซีจี)

BCG (บีซีจี)

อัปเดตล่าสุด 4 พ.ค. 2561

BCG (บีซีจี) เป็นวัคซีนที่ผลิตจากเชื้อแบคทีเรีย ใช้ฉีดเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันป้องกันวัณโรค หรืออาจใช้รักษาเนื้องอกในกระเพาะปัสสาวะ โดยจะช่วยเพิ่มเซลล์เม็ดเลือดขาวที่มีหน้าที่กำจัดเซลล์เนื้องอก หรืออาจใช้รักษาโรคอื่น ๆ นอกเหนือจากนี้ตามดุลยพินิจของแพทย์

BCG

ยา BCG มีข้อห้ามใช้และอาจเกิดผลข้างเคียงได้ ดังนั้น การใช้ยาควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์และเภสัชกรเสมอ

เกี่ยวกับยา BCG

กลุ่มยา วัคซีน
ประเภทยา ยาตามใบสั่งแพทย์
สรรพคุณ ป้องกันวัณโรค
กลุ่มผู้ป่วย เด็กและผู้ใหญ่
รูปแบบของยา ยาฉีด

คำเตือนในการใช้ยา BCG

  • แจ้งให้แพทย์ทราบก่อนใช้ยานี้ หากมีประวัติแพ้ยาหรือส่วนประกอบของยาชนิดนี้ รวมถึงการแพ้น้ำยางจากธรรมชาติ ยาชนิดอื่น อาหาร หรือสารใด ๆ
  • แจ้งให้แพทย์ทราบเกี่ยวกับยาที่กำลังใช้อยู่ทุกชนิด ทั้งยาที่แพทย์สั่ง ยาที่ซื้อใช้ด้วยตนเอง วิตามิน และสมุนไพร เพราะมียาหลายชนิดที่อาจทำปฏิกิริยากับยานี้
  • แจ้งให้แพทย์ทราบก่อนใช้ยานี้ หากมีภาวะติดเชื้อใด ๆ โรคมะเร็ง เป็นไข้ มีแผลไหม้รุนแรงตามร่างกาย ระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือเป็นโรคที่ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น เอชไอวี (HIV) เป็นต้น
  • แจ้งให้แพทย์ทราบก่อนใช้ยานี้ หากกำลังเข้ารับการรักษาโดยทำรังสีบำบัดหรือเคมีบำบัด
  • ก่อนใช้ยานี้ผู้ป่วยอาจจำเป็นต้องได้รับการตรวจคัดกรองวัณโรค
  • แจ้งให้แพทย์ทราบก่อนใช้ยา หากเคยฉีดวัคซีนโรคฝีดาษหรือมีผลการตรวจวัณโรคเป็นบวก
  • ยานี้อาจทำให้ผลการตรวจบางชนิดคลาดเคลื่อน ผู้ป่วยควรแจ้งให้แพทย์หรือพยาบาลทราบว่ากำลังใช้ยานี้ก่อนรับการตรวจวินิจฉัยใด ๆ
  • ระหว่างที่ใช้ยานี้ ผู้ป่วยควรคุมกำเนิดและแจ้งให้แพทย์ทราบหากเกิดการตั้งครรภ์ระหว่างที่ได้รับการรักษา เนื่องจากไม่อาจรับรองได้ว่าวัคซีน BCG จะไม่เป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์
  • ก่อนเข้ารับการรักษาใด ๆ ควรแจ้งให้แพทย์ พยาบาล เภสัชกร และทันตแพทย์ทราบว่ากำลังใช้ยานี้
  • ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือวางแผนมีบุตรควรปรึกษาแพทย์ถึงข้อดีและข้อเสียของการใช้ยานี้
  • ผู้ที่กำลังให้นมบุตรควรปรึกษาแพทย์ถึงความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อบุตร

ปริมาณการใช้ยา BCG

ปริมาณและระยะเวลาในการใช้ยาขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ผู้รักษา โดยมีตัวอย่างการใช้ยา ดังนี้

ป้องกันวัณโรค

ผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีนปริมาณ 0.1 มิลลิลิตร เข้าผิวหนัง หลังฉีดอาจเกิดตุ่มนูนขนาด 6-8 มิลลิเมตร และจะหายไปในไม่ช้า แต่อาจมีตุ่มนูนขึ้นอีกและแตกออกเป็นแผลเล็ก ๆ ที่มีหนอง ในช่วงประมาณสัปดาห์ที่ 2 ต่อมา อาการดังกล่าวจะเป็น ๆ หาย ๆ อยู่ประมาณ 6 สัปดาห์ และค่อย ๆ ดีขึ้นเอง

การใช้ยา BCG

  • เข้ารับการฉีดวัคซีน BCG ตามการนัดหมายและปฏิบัติตามคำสั่งของแพทย์อย่างเคร่งครัด หากมีข้อสงสัยใด ๆ ควรสอบถามแพทย์หรือเภสัชกร
  • เด็กแรกเกิดทุกคนต้องได้รับวัคซีน BCG โดยร่างกายของเด็กจะเริ่มสร้างภูมิคุ้มกันต่อวัณโรคในช่วง 4-6 สัปดาห์ หลังจากการฉีด และภูมิคุ้มกันจะคงอยู่ประมาณ 10 ปี วัคซีนนี้มีประสิทธิภาพในการป้องกันวัณโรคได้ประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะวัณโรคเยื่อหุ้มสมองในเด็ก
  • ควรเก็บยาไว้ที่อุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียส
  • ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรถึงวิธีการเก็บยาและวิธีกำจัดยาที่ไม่ได้ใช้แล้วอย่างเหมาะสม  

ผลข้างเคียงจากการใช้ยา BCG

การฉีดวัคซีน BCG อาจมีผลข้างเคียงทำให้ผิวหนังบริเวณที่ฉีดเกิดแผลเปื่อย ตุ่มนูน อาการปวด คัน ผด หรือมีต่อมน้ำเหลืองโต นอกจากนี้อาจรู้สึกไม่อยากอาหาร ท้องไส้ปั่นป่วน และระคายเคืองกระเพาะปัสสาวะ ซึ่งมักเกิดขึ้นภายใน 2-3 ชั่วโมงหลังฉีดวัคซีน และคงอยู่เป็นระยะเวลา 1-3 วัน รวมทั้งปัสสาวะมากหรือรู้สึกปวดมากจนต้องปัสสาวะทันที มีอาการแสบหรือเจ็บเวลาปัสสาวะ หนาวสั่น มีอาการของไข้หวัด มีไข้ปานกลาง และอ่อนเพลีย ควรไปพบแพทย์หากอาการดังกล่าวไม่หายไปหรือรบกวนการใช้ชีวิต

หากเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงต่อไปนี้ ควรไปพบแพทย์ทันที

  • อาการแพ้ยา ได้แก่ ผื่นคัน ลมพิษ คัน บวม แดง ตุ่มพุพอง ผิวลอกพร้อมกับมีไข้หรือไม่มีไข้ หายใจเสียงดัง แน่นหน้าอกหรือคอ มีปัญหาในการหายใจหรือพูด เสียงแหบ หน้า ปาก ริมฝีปาก ลิ้น หรือคอบวม
  • สัญญาณที่บ่งบอกว่าตับทำงานผิดปกติ เช่น ปัสสาวะสีเข้ม ไม่อยากอาหาร อ่อนเพลีย ตัวเหลืองตาเหลือง ท้องไส้ปั่นป่วน ปวดท้อง อุจจาระสีซีด อาเจียน เป็นต้น
  • สัญญาณที่บ่งบอกว่าปอดหรือการหายใจผิดปกติ เช่น หายใจไม่อิ่ม ไอ หรือมีไข้
  • มีไข้สูง 39.5 องศาเซลเซียส ติดต่อกันนานกว่า 12 ชั่วโมง
  • มีไข้ปานกลาง 38.5 องศาเซลเซียส ติดต่อกันนานกว่า 48 ชั่วโมง
  • ปวดข้อ เจ็บหน้าอก
  • เจ็บตา ระคายเคืองตา ตาแดง
  • เวียนศีรษะรุนแรงหรือหมดสติ
  • ไอ อาเจียน

นอกจากนี้ หากผู้ป่วยพบอาการผิดปกติใด ๆ เพิ่มเติม ควรรีบแจ้งให้แพทย์ทราบด้วยเช่นกัน

ดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับ :

หัวข้อสนทนาล่าสุด

ใส่ถุงยางแต่กังวลว่าจะท้องเลยกินยาคุมฉุกเฉินแล้วตกขาวมา

โดย ポイパリン ピニチャイ

สวัสดีค่ะ เรามีเซ็กส์ครั้งล่าสุดวันที่ 22 (ก่อนหน้านี้มีหลายครั้งและใส่ถุงยางทุกครั้ง) ในวันนั้นอยู่ดีๆ เราก็รู้สึกแปลกๆ ตอนอีกฝ่ายหลั่ง(ในถุง)ค่ะเลยกินยาคุมฉุกเฉินกันไว้แบบ 2…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 3 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

ยาคุมฉุกเฉินโพสตินอร์

โดย ผู้ใช้ไม่ระบุชื่อ

สวัสดีค่ะ วันที่01-03-66 กินยาคุมฉุกเฉิน หลังจากมีอะไรกับแฟนไม่เกินครึ่งชั่วโมง(หลั่งนอก) จากนั้น วันที่ 06-03-66 ประจำเดือนก็มา มาประมาณ6วัน จะท้องไหม แบบนี้ปลอดภัยหรือยังคะ…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 3 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

มีตุ่มคล้ายสิวหัวช้างที่หลังหู กดเจ็บ ต่อมน้ำเหลืองที่คอโต ทายาที่ตุ่ม แล้วตกสะเก็ดสีดำ ต่อมามีอาการปวดบวมร้อนมา 1 สัปดาห์แล้ว กินยาฆ่าเชื้ออยู่

โดย มีดอนะ รอรูมาแซะ

หวัดดีคับ ผมตื่นมามีอาการคล้ายสิวหัวช้างที่หลังหูสามเม็ด กดเจ็บ แล้วก้อต่อมน้ำเหลืองที่คอโต ต่อมาเลยกินยาAmkเพื่อลดต่อมน้ำเหลืองกินมา2วัน…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 3 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

เพิ่มเติม