ถามแพทย์

  • ประจำเดือนมาเดือนเว้นเดือน ล่าสุดกินยาคุมกำเนิดไปได้ 7 วันแล้วไม่ได้กิน แล้วมีเลือดออก ผิดปกติไหม

  •  Runway Lala
    สมาชิก
    สวัสดีคะ มีเรื่องสอบถามคะ ปกติเป็นคนที่ประจำเดือนมาไม่ปกติ เดือนเว้นเดือน เช่น 14.3-20.3 มาอีกที 22.5-27.5 ล่าสุด ประจำเดือนมา24.7-29.7 ซึ่งปกติเวลาประจำเดือนมาจะมีอาการปวดหลัง ปวดบริเวณกระดูกสันหลังรึบริเวณขาเล็กน้อย แล้วกินยาคุมวันที่ 28.7 ลืมกินยาคุมต่อเนื่อง 4-6.8 พบว่าประจำเดือนมา7.8 วันที่24.7 พบว่าประจำออกมาสีชมพูคะ จากนั้นก็เป็นสีแดงปกติ และวันที่7.8 ประจำเดือนมาอีกครั้ง พบว่าประจำเดือนออกมาสีแดงเข้ม และสีแดงสด แต่การมาครั้งนี้ไม่มีอาการปวดขาหรือปวดกระดูก มีแต่อาการอ่อนเพีลย และปวดท้องเล็กน้อย อยากนอนทั้งวันคะ อยากสอบถามว่ามีอะไรผิดปกติไหมคะ รึว่าสามารถเกิดขึ้นได้เพราะเรากินยาคุม

     สวัสดีค่ะ คุณ Runway Lala,

                           หากหยุดทานยาคุมกำเนิดโดยที่ยังทานไม่หมดแผง เมื่อหยุดทานไปประมาณ 2-4 วัน ย่อมมีเลือดออกมา ซึ่งเป็นเลือดที่เกิดจากเยื่อบุโพรงมดลูกหลุดลอกออกมา จากการขาดการกระตุ้นจากฮอร์โมนของยา อาจถือเป็นเลือดประจำเดือน (ที่เป็นผลจากยาได้) ซึ่งก็เหมือนกับเลือดที่ออกหลังจากทานยาคุมครบ 21 เม็ด ดังนั้น การหยุดทานยาวันที่ 4 ส.ค. และมีเลือดออกมาในวันที่ 7 ส.ค. ถือเป็นเหตุการณ์ที่เกิดเป็นปกติค่ะ

                         เนื่องจากเลือดที่ออกเป็นประจำเดือนที่เป็นผลของยา จึงอาจไม่มีอาการต่างๆ ที่เคยเป็นเหมือนกับการมีประจำเดือนที่เกิดจากการทำงานของรังไข่ค่ะ

                         หากหลังจากนี้ ประจำเดือนในแต่ละรอบยังคงมีระยะห่างมากกว่า 35 วัน อาจไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ เช่น การผลิตฮอรโมนของรังไข่ผิดปกติจากการมีภาวะที่มีถุงน้ำจำนวนมากในรังไข่ (PCOS) หรือมีภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนเป็นพิษ เป็นต้น