ถามแพทย์

  • มีเพศสัมพันธ์ ใส่ถุงยาง แล้วถอดออก อวัยวะเพซศชายถูกน้ำหล่อลื่น จะติด HIV ไหม ตรวจได้เมื่อไหร่

  •  Atitya Kaew Laaorngorg
    สมาชิก

    คือผมสงสัยว่า การติดเชื้อ HIV ทางช่องคลอดมีโอกาสน้อยกว่า 10% หากถุงไม่ขาดไม่รั่วและใส่ถุงวิธี(ใส่ถูกด้านตอนเข็งตัว) 
    หากเรามีเพศสัมพันธ์กับบุคคลที่มีเชื้อยังไม่แสดงอาการถึงขั้นเป็น เอด โดยตอนเราถอดถุงยางแล้วน้ำคล่ำไปถูถูกบริเวณอวัยวะเพศ อาจจะถึงปลายหัว  คิดว่ามีปริมาณเข้มข้นพอที่จะติดเชื่อไหม หรือการติดเชื้อแค่สารคัดหลั่งกระเด็นเพียงปริมาณไม่มากจะติดเชื้อยากกว่าครับ

    เพิ่มเติม : การไปตรวจเลือดโรงพยาบาลทั่วไปหาเชื้อ HIV จะเริ่มตรวจได้หลังคาดว่าได้รับเชื้อใน 15 หรือ 30 วันครับ ขอบคุณครับ

    สวัสดีค่ะ คุณ Atitya Kaew Laaorngorg,

                        การมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่มีเชื้อ HIV ในระยะที่ยังไม่มีอาการใดๆ หรือยังไม่เป็นโรคเอดส์นั้น ก็ถือว่ามีความเสี่ยงในการติดเชื้อ HIV ได้ไม่แตกต่างกัน โดยหากมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด หากฝ่ายหญิงมีเชื้อ HIV ก็จะมีโอกาสติดเชื้อได้ประมาณ 0.1%-1% แต่หากได้ใช้ถุงยางอนามัยร่วมด้วย ถุงยางก็จะช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้ประมาณ 80%-90% ค่ะ

                        ส่วนการที่น้ำหล่อลื่นหรือสารคัดหลั่งในช่องคลอดโดนปลายอวัยวะเพศชายนั้น โอกาสในการติดเชื้อจะคล้ายกับที่สารคัดหลั่งหรือเลือดกระเด็นเข้าตา หรือปาก ซึ่งจะมีโอกาสติดเชื้อเพียงประมาณ 0.09% ซึ่งถือว่าน้อยมาก

                         สำหรับการตรวจหาการติดเชื้อ HIV นั้น ในปัจจุบันจะใช้เทคนิควิธี fourth generation ซึ่งจะเป็นการตรวจหาทั้งแอนติบอดี้ต่อเชื้อ และตรวจหาแอนติเจนของเชื้อ (p24 antigen) โดยจะเริ่มตรวจเจอเชื้อได้ตั้งแต่ 2 สัปดาห์หลังจากรับเชื้อมา และตรวจเจอได้เกือบ 100% ที่ 1 เดือน ดังนั้น หากต้องการไปตรวจ แนะนำให้ไปตรวจที่ 1 เดือนหลังไปมีความเสี่ยงมาค่ะ

                         นอกจาก HIV แล้ว การมีเพศสัมพันธ์หรือสารคัดหลั่ง อาจเสี่ยงต่อการติดโรคอื่นๆ ด้วย เช่น หนองในแท้ หนองในเทียม ซิฟิลิส แผลริมอ่อน ไวรัสตับอักเสบชนิดบีและซี เป็นต้น ดังนั้น หากมีอาการผิดปกติเกิดขึ้น ก็ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจด้วยค่ะ