ถามแพทย์

  • แผลที่อวัยวะเพศ

  •  Chattharika Chiypitak
    สมาชิก
    แฟนเป็นแผลตรงอวัยวะเพศ. ตอนแรกแผลเดียวเล็กๆ 2-3วันมีมาเพิ่ทอีกแผล เจ็บแสบๆ คือแผลอะไรค่ะ แฟนไม่กล้าไปหาหมอตอนนี้กินยาแก้อักเสบอยู่ค่ะ

    สวัสดีค่ะ คุณ Chattharika Chiypitak,

                       แผลที่อวัยวะเพศชายดังกล่าว อาจเป็น

                      1. เริมที่อวัยวะเพศ เกิดจากการติดเชื้อไวรัส Herpes simplex virus โดยเริ่มแรกจะมีลักษณะเป็นตุ่มน้ำใสบริเวณอวัยวะเพศชาย อาจมี 1 ตุ่มหรือหลายตุ่ม มีอาการแสบร้อนหรือเจ็บปวด ต่อมาตุ่มน้ำจะแตกและกลายเป็นแผล และมีน้ำเหลืองซึมได้ หากเป็นครั้งแรกอาการจะเป็นอยู่นาน 2-4 สัปดาห์ บางรายอาจมีไข้ ปวดหัว ปวดเมื่อยตัว อ่อนเพลียร่วมด้วย เมื่อเป็นเริมครั้งหนึ่งแล้ว ก็จะกลับเป็นซ้ำๆ ได้อีกโดยไม่เกี่ยวข้องกับการมีเพศสัมพันธ์อีก เนื่องจากเชื้อจะอยู่ในรางกายของเราไปตลอดชีวิต โดยอัตราการเป็นซ้ำอาจถี่หรือห่างขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ส่วนใหญ่ประมาณ 4-5 ปีจะกำเริบมา 1 ครั้ง 

                      2. ซิฟิลิส เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย Treponema pallidum มีระยะฟักตัวของโรคได้ตั้งแต่ 10-90 วัน โดยระยะแรกจะมีตุ่มเล็กๆ เกิดขึ้นตรงบริเวณที่เชื้อเข้า เช่น อวัยวะเพศชาย อัณฑะ ทวารหนัก ริมฝีปาก ลิ้น ต่อมทอนซิล  หรือขาหนีบ ก็ได้ จากนั้นตุ่มจะกลายเป็นแผล และจะเริ่มขยายออกมีขนาดใหญ่ขึ้น กลายเป็นแผลกว้าง ขอบแผลเรียบยกนูนและแข็ง พื้นแผลมีสีแดงและดูสะอาด แผลจะไม่เจ็บไม่คัน เรียกว่าแผลริมแข็ง แต่ส่วนใหญ่มักจะมีเพียงแผลเดียว หลังจากนั้น 1 สัปดาห์ จะมีต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบโตทั้ง 2 ข้าง กดไม่เจ็บ 

                        3. แผลริมอ่อน หรือซิฟิลิสเทียม เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย Haemophilus ducreyi มีระยะฟักตัว 3-10 วัน อาการคือจะพบแผลตามอวัยวะเพศ ริมฝีปากลิ้น หรือทวารหนักก็ได้ เริ่มจากแผลเล็กๆ ค่อยๆ ขยายรวมกันเป็นแผลใหญ่ ลักษณะของแผลจะดูแฉะไม่สะอาด มีเนื้อเยื่อเละ ๆ ที่ก้นแผล ส่วนที่ขอบแผลจะนูน ไม่แข็ง และไม่เรียบ และรู้สึกเจ็บ จึงเรียกว่า แผลริมอ่อน ต่อมาต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบจะบวมโต และเจ็บ       

                       4. ฝีมะม่วง เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย Chlamydia Trachomatis มีระยะฟักตัว 3-30 วัน โดยมักเกิดแผลที่อวัยวะเพศในช่วง 10 วันหลังรับเชื้อ เริ่มแรกจะเป็นตุ่มนูนเล็ก ๆหรือเป็นแผลตื้น ๆไม่มีอาการเจ็บปวดและหายไปเองภายใน 2-3 วัน ต่อมาต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบจะบวมโตติดกันและกลายเป็นก้อนฝีขนาดใหญ่ ซึ่งจะเจ็บปวดมาก บางรายอาจมีไข้ อ่อนเพลีย เกิดผื่นขึ้นตามตัว ปวดตามข้อ ตาอักเสบ เป็นต้น                         

                          แนะนำว่าควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจดูลักษณะของแผลค่ะ ไม่แนะนำให้ซื้อยาทานเอง เพราะการทานยาที่ไม่ตรงกับโรค นอกจากจะไม่หายแล้ว อาจได้รับผลข้างเคียงจากยาแทนค่ะ