ถามแพทย์

  • ระคายเคืองคอ มีเสมหะมาตั้งแต่เดือน ธ.ค. ไปหาหมอได้ยากิน อาการเหมือนเดิม ตรวจเสมหะไม่เจอวัณโรค เริ่มไอมากขึ้น ทำอย่างไร

  •  Xxxib
    สมาชิก
    ช่วงเดือนธันวาระคายเคืองคอ ไม่ค่อยไอ เสมหะมีเลือดปนมาบ้าง เลยไปหาหมอ หมอบอกหลอดลมอักเสบ ก็เลยให้ยามาทานค่ะ แต่ว่าทานแล้วก็อาการเหมือนเดิมคือยังคงมีเสมหะ บางครั้งมีเลือดปน แต่ไม่ค่อยไอเหมือนเดิม ก็เลยไปหาหมออีกรอบช่วงเดือนมกรา หมอให้เอ็กซเรย์ปอด เอาเสมหะไปตรวจวัณโรค ส่องกล้อง ก็ไม่เจออะไร หรือออาจจะเป็นหลอดลมอักเสบก็ได้ แต่หมอไม่จ่ายยาให้ ผ่านไป 2 อาทิตย์ แต่ก็ยังมีอาการเหมือนเดิม เมื่อ4-5วันก่อนเลยไปซื้อยามาทาน เป็นยาฆ่าเชื้อกับละลายเสมหะค่ะ ตอนนี้เสมหะมีน้อยลง แต่เริ่มไอมากขึ้นนิดหน่อยค่ะ ควรทำยังไงดีคะ มีโอกาสเป็นหลอดลมอักเสบมั้ยคะ

    สวัสดีค่ะ คุณ S,

                      อาการระคายคอ มีเสมหะ ไอ ที่เป็นมาตั้งแต่เดือน ธ.ค. อาจเกิดจาก

                  1.สาเหตุจากการติดเชื้อ เช่น หลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบ วัณโรคปอด เชื้อราในปอด ฝีในปอด เป็นต้น แต่ก็มักจะมีไข้ร่วมด้วย ร่วมกับอาการเหนื่อย หอบ และหากเป็นวัณโรค ก็จะมีน้ำหนักลดร่วมด้วย

                  2. โรคปอดอักเสบเรื้อรังที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ เช่น หลอดลมโป่งพอง โรคทางเดินปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) โรคพังผืดในปอดชนิดต่างๆ เป็นต้น 

                  3. มะเร็งปอด อาการไอจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ มีเหนื่อยหอบ น้ำหนักลดชัดเจน

                  4. กรดไหลย้อน อาจทำให้เกิดอาการไอได้จากน้ำย่อยที่ไหลย้อนขึ้นมาระคายเคืองบริเวณลำคอและอาจไหลลงสู่หลอดลม จึงกระตุ้นให้เกิดการไอได้ ซึ่งมักจะมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น แสบร้อนกลางอก จุกแน่นลิ้นปี่ เรอบ่อย รู้สึกเปรี้ยวหรือขมที่ลำคอ คลื่นไส้หลังทานอาหาร อิ่มเร็ว เป็นต้น 

                  5.โรคหอบหืด อาการมักจะกำเริบขึ้นเมื่อโดนกระตุ้นจากสิ่งที่แพ้ อุณหภูมิที่เย็น การออกกกำลังกาย หรือความเครียด บางรายอาจมีเฉพาะอาการไอได้ แต่ส่วนใหญ่มักมีอาการอื่นๆ ร่วม เช่น หายใจลำบาก หายใจขัด แน่นหน้าอก หายใจมีเสียงดังวี๊ดๆ หอบเหนื่อย เป็นต้น

                   ส่วนการที่บางครั้งมีเลือดปนในเสมหะ อาจไม่ได้บ่งบอกอะไรชัดเจน เพระาหากมีการไอมากหรือไอรุนแรง อาจทำให้เกิดเส้นเลือดฝอยในทางเดินหายใจฉีกขาด และมีเลือดออกมาเมื่อไอได้ 

                   หากที่ผ่านมา ได้ไปพบแพทย์ และได้ยาปฏิชีวนะฆ่าเขื้อทานต่อเนื่องมาแล้ว หากเป็นหลอดลมอักเสบ อาการก็น่าจะหายไปแล้วค่ะ ดังนั้น หากยังคงมีอาการไอต่อเนื่องหลังจากนี้อีก ก็อาจเกิดจากสาเหตุอื่นๆ ที่กล่าวไป ดังนั้น หากอาการยังไม่หาย แนะนำควรกลับไปพบแพทย์อายุกรรมเพื่อตรวจเพิ่มเติมหรือติดตามอาการต่อไปค่ะ เพราะบางโรคอาจยังไม่แสดงอาการชัดเจนในตอนนี้ก็ได้

                   ในเบื้องต้น ก็ควรพยายามดื่มน้ำเปล่ามากๆ หลีกเลี่ยงน้ำเย็น และไม่ควรทานของทอด ของผัด เพราะอาจยิ่งกระตุ้นให้ไอมากขึ้นได้ และควรรักษาร่างกายให้อบอุ่น ไม่ตากลมเย็น ไม่โดนแอร์เย็นๆ ไม่อาบน้ำเย็น หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ที่มีฝุ่นละอองมาก หรือสวมหน้ากากป้องกันฝุ่นละออง ไม่อยู่ใกล้กับผู้ที่สูบบุหรี่ เป็นต้น