ถามแพทย์

  • หยุดกินยาคุมไปแล้ว มีเพศสัมพันธ์ แล้วมีเลือดออก จะท้องไหม มีประวัติเป็นซีสต์ด้วย

  •  Sirilak Thachomphoo
    สมาชิก
    สวัสดีคุณหมอ ก่อนหน้านี้ 2 วัน เป็นวันไข่ตกค่ะ แล้ววันนี้เรามีเพศสัมพันธ์ กับแฟนค่ะ ใส่ถุงยางป้องกัน หลังจากมีเพศสัมพันธ์ มีอาการปวดท้องน้อยหน่วง เหมือนปวดประจำเดือน พอผ่านไปประมาณ 3 ชั่วโมงมีเลือดไหลออกมาค่ะ มีประวัติเคยเป็นซีสตอนท้องค่ะ แต่หลังคลอดลูกมา หมอบอกซีสเหลือแค่ 1 เซน เดี๋ยวมันจะหายไปเองเลยไม่ได้ไปตรวจต่อค่ะ อยากทราบว่าเลือดที่ออกมาหลังจากมีเพศสัมพันธ์ จะเกี่ยวกับซีสไหมค่ะ *ปกติจะกินยาคุมเวลามีเพศสัมพันธ์จะใส่ถุงยางตลอด แต่ช่วงนี้ไม่ได้กินยา เพราะลืมกินเลยจะเริ่มแผงใหม่ในรอบเดือนนี้ แต่อยู่ๆมีเลือดออกมาก่อน มีโอกาสท้องไหมค่ะ

    สวัสดีค่ะ คุณ Sirilak Thachomphoo,

                         เลือดที่ออกหลังจากที่มีเพศสัมพันธ์ อาจเป็น

                        - หากเพิ่งหยุดทานยาคุมกำเนิดไปไม่กี่วัน อาจเป็นเลือดประจำเดือนที่เกิดจากการหยุดทานยาคุมได้

                        - หากหยุดทานยาคุมกำเนิดไป 2-4 สัปดาห์แล้ว เและเลือดออกนาน 2-7 วัน อาจเป็นประจำเดือนได้

                        - มีการตั้งครรภ์แล้วมีภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้น เช่น แท้งคุกคาม เป็นต้น

                        - มีการอักเสบติดเชื้อในโพรงมดลูก 

                        - มีติ่งเนื้อที่ปากมดลูก

                        - มะเร็งปากมดลูก เป็นต้น

                        - การทำงานของรังไข่ผิดปกติ

                        - ผลจากการใช้ยาฮอร์โมนอื่นๆ เช่น ยาสตรี สมุนไพร อาหารเสริมต่างๆ เป็นต้น

                       ส่วนซีสต์ที่เป็นอยู่ หากเป็นซีสต์ธรรมดา ก็ไม่น่ามีผลทำให้เกิดเลือดออกผิดปกติค่ะ

                       ในเบื้องต้น แนะนำควรลองตรวจหาการตั้งครรภ์ดูก่อน หากตรวจไม่พบ และเลือดออกนาน 2-7 วัน ก็อาจเป็นประจำเดือนได้ แต่หากเลือดออกนานหลายวัน หรือออกมาบ่อยๆ อีก  ก็ควรไปพบสูติ-นรีแพทย์เพื่อตรวจหาและรักษาค่ะ