ถามแพทย์

  • อ่อนเพลีย มีไข้ ผ่านมา 2 วัน มีผื่นจุดแดงๆ เต็มตัว และมีอาการคัน เกิดจากอะไร

  •  Pikky Wiparat
    สมาชิก
    สวัสดีค่ะ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมารู้สึกอ่อนเพลีย แล้วตกเย็นมีไข้ กินยาแก้ไข้ก็ทุเราลง แต่หมดฤทธิ์ยาก็มีไข้ต่ำๆ ผ่านมา2วัน มีผื่นจุดแดงๆเต็มตัวพร้อมกับไข้ต่ำๆ พร้อมกับอาการคัน กินยาแก้แพ้ ทาคาราไม อาการผื่นก็ไม่ยุบ ลามไปเรื่อยๆ เต็มหน้าเต็มตัว สาเหตุเกิดจากอะไร และเป็นโรคอะไรค่ะ

    สวัสดีค่ะ คุณ Pikky Wiparat,

                       อาการมีไข้ แล้วตามด้วยการมีผื่นแดงตามตัว อาจเป็น

                       1. ไข้ออกผื่นจากเชื้อไวรัสชนิดไม่เจาะจง เช่น เกิดจากการติดเชื้อ enterovirus หรือ adenovirus ซึ่งอาการในกลุ่มนี้ไม่มีอาการเฉพาะเจาะจง โดยส่วนใหญ่คือจะมีไข้ แล้วตามการเกิดผื่น ลักษณะผื่น อาจเป็นผื่นราบสีแดง ผื่นนูนสีแดง หรือตุ่มน้ำใสก็ได้

                       2. โรคหัด อาการคือมีไข้ ตาแดง น้ำมูกไหล ไอแห้ง เจ็บคอ หลังจากนั้น 3-4 วัน จะพบจุดหรือตุ่มสีขาวตรงกระพุ้งแก้ม และจะเกิดผื่นนูนแดงขึ้นในวันที่ 4 ของการมีไข้ แต่จะเริ่มต้นจากบริเวณหลังหูและในบริเวณแนวผม ตามด้วยหน้า ลำตัวและแขนขา เมื่อผื่นถึงเท้า ไข้จะลดลง 

                         3. ไข้เลือดออก มีไข้สูงลอย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง และมีจุดเลือดออกสีแดงเล็กๆ ตามผิวหนัง (ไม่ใช่ผื่นที่มีลักษณะนูนสีแดง) ไม่มีอาการคัน หรือมีเลือดออกบริเวณอื่นๆ เช่น เลือดออกตามไรฟัน เลือดกำเดาไหล อาเจียนมีเลือดปน หลังจากไข้ลด หากไม่ได้เข้าสู่ระยะช็อก (ระยะที่2) แต่เข้าสู่ระยะพักฟื้น (ระยะที่3) เลย ก็อาจพบมีผื่นแดงเล็กๆ ตามลำตัวได้ และอาจมีอาการคันร่วมด้วย

                         4. หัดเยอรมัน อาการคือมีไข้ เจ็บคอ ปวดศีรษะ และปวดกล้ามเนื้อ หลังจากนั้น 2-3 วันจะพบผื่นสีแดงตามผิวหนัง โดยเริ่มจากหน้า ตามด้วยลำคอและแขนขา อาจมีต่อมน้ำเหลืองโตโดยเฉพาะที่บริเวณหลังใบหู และท้ายทอย 

                         5. โรคอีสุกอีใส ได้แก่ มีไข้ ปวดศีรษะ เจ็บคอ เบื่ออาหาร หลังจากนั้น 1-2 วัน จะเกิดผื่นแดง โดยจะเริ่มที่ใบหน้าและลำตัวก่อนจะลามไปที่แขน ขา ต่อมาผื่นแดงเหล่านี้จะกลายเป็นตุ่มน้ำใส ๆ ภายในตุ่ม มักมีอาการคัน หลังจากนั้นจะตกสะเก็ด แล้วค่อยๆ ลอกจางหายภายในเวลาประมาณ 2 สัปดาห์ 

                           นอกจากนี้ อาจเกิดจากการติดเชื้อ HIV ในระยะเฉียบพลันก็ได้ หากได้ไปมีความเสี่ยงมาในช่วง 2-4 สัปดาห์ก่อนหน้านั้น

                           หากไม่แน่ใจว่าเกิดจากโรคอะไร แนะนำให้ไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย ในเบื้องต้น ก็ไม่ควรไปแกะ เกา ผื่น และระวังการติดต่อสู่ผู้อื่น โดยการไม่ใช้สิ่งของส่วนตัว เช่น ผ้าเช็ดผ้า ผ้าเช็ดตัว ร่วมกัน ไม่ทานอาหารร่วมกัน ไม่นอนเตียงเดียวกัน เป็นต้น และให้รักษาตามอาการ เช่น หากมีไข้ ก็ทานยาลดไข้ เช่น พาราเซตามอล หากมีอาการคันที่ผื่น ก็อาจทาคาลาไมน์โลชั่นดังที่ทำอยู่ได้ หรือทานยาแก้แพ้ก้คัน เช่น ไฮดรอกไซซีน (hydroxyzine), chlorpheniramine (CPM) เป็นต้น