ถามแพทย์

  • แฟนทานยาต้านอยู่ มีเพศสัมพันธ์ใส่ถุงยางตลอด จะมีโอกาสติดเชื้อจากแฟนไหม เป็นรักร่วมเพศ

  •  ชายนิรนาม
    สมาชิก

    ผมคบกับเเฟนมา ๔ ปีแล้วครับ มีอะไรกันบ้าง โดยสวมถุงยางอนามัยตลอด
    ล่าสุด ๒ เดือนก่อน ผมไปตรวจเลือดผลก็ปกติอยู่ครับ กระทั้งวันนี้เพิ่งไปเจอกล่องยาแฟน ชื่อยา Teevir หลังจากค้นหาข้อมูลทราบว่าเป็นยาต้าน

    ผมเครียดมากครับ ทั้งเสียใจเเละกลัวติดเชื้อ
    พยายามหาข้อมูลบางที่บอกว่า ตรวจไม่เจอเท่ากับไม่เเพร่* ผมอยากทราบว่าจริงไหมครับ
    เเละผมมีโอกาสติดเชื้อไหม เพราะคบกันมาตั้ง ๓ ปี มีอะไรกับเขา** ตลอด ๓ ปีครับ
    (จริง ๆ ผมจะไปตรวจเลือดที่ รพ. อีกครั้งอยู่ครับ เเต่อยากให้คุณหมอช่วยประเมินความเสี่ยงก่อน ตอนนี้ผมร้อนใจมากไม่เป็นอันกินอันนอนเเล้วครับ)

    *แฟนเคยตรวจผลเลือกไม่พบเชื้อครับ
    ** เขาเป็นรักร่วมเพศครับ ก่อนหน้ามีเเฟนแล้วหลายคน ทราบว่าเขาเคยมีอะไรกับคนอื่นด้วย

    ชายนิรนาม  พญ.นรมน
    แพทย์

    สวัสดีค่ะคุณ Gia Long

    โรค hiv คือการติดเชื้อไวรัส hiv ในร่างกาย ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันบกพร่องจนทำให้เกิดภาวะเอดส์ และติดเชื้อฉวยโอกาสจนอาจเสียชีวิตในที่สุด

    การติดต่อของเชื้อ hiv

    -การรับเลือด

    -การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน

    -การมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด/ทวารหนัก/การใช้ปาก

    -จากมารดาสู่บุตรในระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

    -สารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อเช่นเลือด มาโดนที่แผล หรือเข้าไปในเยื่อบุตาหรือปากหรือเยื่อบุอวัยวะเพศ

    ดังนั้นสามารถติดต่อกันผ่านการมีเพศสัมพันธ์ได้ทุกช่องทาง แต่หากใส่ถุงยางอนามัยเพื่อป้องกันทุกครั้ง มีโอกาสรับเชื้อได้น้อยค่ะ

    แนะนำว่าควรไปตรวจเลือดดูเลยค่ะ โดยผลเลือดนั้น จะให้ผลได้ค่อนข้างแน่นอนเกือบ 100% ที่ประมาณ 3 เดือนหลังมีความเสี่ยงครั้งสุดท้ายค่ะ ผลเลือดจะบอกได้แน่ชัดที่สุด

    ควรหลีกเลี่ยงการติดต่อและสัมผัสกับผู้ป่วยที่มีเชื้อ hiv ดังช่องทางที่กล่าวไป