ถามแพทย์

  • ประจำเดือนหายไป 3 เดือน แล้วมีเลือดออกะปริกะปรอย หมอแนะนำให้ทานยาคุม ทานแล้วยังมีเลือดออกผิดปกติ

  •  bookky
    สมาชิก
    สวัสดีค่ะ คือ ก่อนหน้านี้ไม่เป็นประจำเดือนประมาณเกือบ 3 เดือนได้อ่ะค่ะ แล้วมีเลือดติดกางเกงในออกมาเป็นสีแดงเข้มบ้าง น้ำตาลบ้าง แต่พอใส่แผ่นอนามัยแคฟีก็ไม่เต็มแผ่น ออกมาเป็นแค่วงเล็กๆ ตอนเข้าห้องน้ำใช้ทิชชู่ซับก็มีติดออกมาบ้างค่ะ แล้วช่วงวันที่ 21 กันยาประจำเดือนก็มา จนถึงวันที่ 25 กันยา เลยซื้อยาคุมมากินค่ะ เพราะว่า ประจำเดือนมาไม่ตรงคุณหมอเคยแนะนำให้กินยาคุม แล้วก็กลับมาเป็นอาการเหมือนเดิมคือมีเลือดออกมาติดกางเกงเหมือนเดิมเลยค่ะ เป็นมาได้ซักประมาณ จะ 1 อาทิตย์แล้วค่ะ สีแดงเข้มบ้าง น้ำตาลบ้างค่ะ วันนี้เป็นสีน้ำตาลเลยค่ะแล้วก็มีกลิ่น เลยอยากรู้ว่าผิดปกติมั้ยคะ มีเจ็บหน่วงๆที่ท้องน้อยบ้างบางครั้งค่ะ ปต่ส่วนมากเวลากลางคืนจะไม่มีเลือดออกมา ส่วนมากจะเป็นตอนกลางวันค่ะ ขอบคุณค่ะ

    สวัสดีค่ะ คุณ bookky,

                         หากประจำเดือนได้มาในวันที่ 21-25 ก.ย. แล้วได้เริ่มกินยาคุมกำเนิดไป ในวันที่ 25 ก.ย. ก็แสดงว่าน่าจะทานยาคุมครบ 21 เม็ดในวันที่ 16 ต.ค. ดังนั้น หลังจากนั้น 2-4 วัน ก็ควรจะมีประจำเดือนมา 

                         ทั้งนี้ หากได้มีเลือดออกเล็กน้อยมาประมาณ 1 สัปดาห์แล้ว ก็น่าจะเกิดจากผลข้างเคียงของยาคุมกำเนิดได้ค่ะ ซึ่งก็ไม่ได้อันตรายอะไร

                         ส่วนเลือดที่ออกในวันนี้ ซึ่งเป็นช่วงที่เว้นระยะการทานยาคุมนั้น ก็ถือว่าเป็นเลือดประจำเดือนได้ค่ะ ซึ่งก็จะพบอาการปวดท้องน้อยร่วมด้วยได้ ไม่ได้ผิดปกติอะไร

                          หลังจากที่เว้นระยะการทานยาคุมจนครบ 7 วันแล้ว (สำหรับชนิด 21 เม็ด) หรือทานยาคุมจนครบ 28 เม็ดแล้ว ก็ให้เริ่มทานยาคุมแผงใหม่ต่อไปได้เลยค่ะ หลังจากนั้น ก็ให้สังเกตต่อว่ายังคงมีเลือดออกกะปริดกะปรอยจากผลของยาคุมอีกหรือไม่ หากยังคงมี ควรกลับไปปรึกษาแพทย์เรื่องการเปลี่ยนยี่ห้อยาคุม หรืออาจหยุดทานยาไปค่ะ 

                          ทั้งนี้ การที่ประจำเดือนมาไม่ปกติ คือขาดหายไปนาน 3 เดือน แล้วมีเลือดออกกะปริดกะปรอยนั้น มักเกิดจากการทำงานผลิตฮอร์โมนของรังไข่ที่ผิดปกติ หรืออาจเกิดจากมีภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนผิดปกติก็ได้ ซึ่งหากหลังจากนี้ ได้หยุดทานยาคุมไป แล้วยังคงมีอาการอีก ก็ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุค่ะ