ถามแพทย์

  • มีตุ่มพุพองใต้ปลายอวัยวะเพศ ต่อมาแตกหายไปเป็นรอยช้ำ เป็นมา 2 อาทิตย์ คันเล็กน้อย เป็นอะไร

  •  Marky
    สมาชิก
    ตอนแรกมีตุ่มคล้ายๆพุพองใต้ปลายดอกเห็ด หลังจากมีเพศสัมพันธ์โดยการใส่ถุง ตุ่มนั้นได้ลามมาบริเวณส่วนหัวและได้แตกหายไปเป็นรอยช้ำแดงๆเป็นวงกว้างซ้ายขวา ปิดเรียบตึง ตรงปลายหนังหุ้มที่ปิดหัวมีรอยใกล้เคียงกัน เป็นมาแล้วเกือบ2อาทิต เหมือนจะดีขึ้นแต่รอยยังคงอยู่ มีอาการคันร่วมด้วยเล็กน่อยระหว่างวันบริเวณหัว ปัสสาวะปกติไม่มีการการเจ็บปวดไม่มีหนอง ตื่นตอนเช้ามีเมืองเหนียวๆรอบบรอเวณแผล อาการแบบนี้เป็นอะไรไหมครับ และควรไปพบหมอหรือไม่ ด้านไหน ขอบคุณล่วงหน้ามากๆครับ

    สวัสดีค่ะ คุณ Marky,

                          ตุ่มพุพองที่อวัยวะเพศชาย อาจเป็น

                          1. ผื่นแพ้สัมผัสหรือระคายเคืองจากสารเคมีต่างๆ เช่น สบู่ แป้ง หรือน้ำหอมที่นำมาทาอวัยวะเพศ รวมถึงแพ้ถุงยางอนามัย

                          2. ปลายองคชาตอักเสบ (balanitis) ที่ไม่ได้เกิดจากการติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โดยเกิดจากการรักษาสุขอนามัยบริเวณอวัยวะเพศที่ไม่ดี ซึ่งอาจเกิดจากการติดเชื้อราหรือเชื้อแบคทีเรียก็ได้ อาการคือผิวหนังที่บริเวณปลายองคชาตจะบวมแดง หรืออาจมีผื่นแดง และมีอาการเจ็บ คัน หรือระคายเคืองปวดร่วมด้วย นอกจากนี้อาจมีน้ำเหลือง ข้นๆ ออกจากท่อปัสสาวะได้  

                           3. เริมที่อวัยวะเพศ เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ติดจากเชื้อไวรัส Herpes simplex virus โดยเริ่มแรกจะมีลักษณะเป็นตุ่มน้ำใส ต่อมาตุ่มน้ำจะแตกและกลายเป็นแผล แต่จะมีอาการแสบร้อนหรือเจ็บปวดมากร่วมด้วย

                            4. หูดหงอนไก่ เกิดจากการติดเชื้อ human papilloma virus ซึ่งติดต่อจากการมีเพศสัมพันธ์ ลักษณะคือจะเห็นเป็นติ่งเนื้อนุ่มๆ สีชมพูหรือสีเนื้อ ผิวขรุขระ มักไม่มีอาการอะไร

                           ในเบื้องต้น ควรหลีกเลี่ยงการใช้สิ่งต่างๆ ที่อาจทำให้แพ้หรือระคายเคืองไปก่อน เช่น ไม่ทาแป้งหรือสเปรย์น้ำหอมที่อวัยวะเพศ ล้างทำความสะอาดอวัยวะเพศทุกครั้งที่อาบน้ำ โดยการถลกหนังหุ้มปลาย และถูปลายองคชาตและหนังหุ้มปลายด้วยนิ้วมือให้สะอาด ควรใช้สบู่ที่อ่อนโยนในการชำระล้าง ไม่ควรใช้สบู่ที่รุนแรงฟอก และไม่ล้างบ่อยเกินไป ก่อนใส่เสื้อผ้า ต้องซับให้แห้ง ล้างมือทุกครั้งก่อนจับอวัยวะเพศเพื่อปัสสาวะ และต้องถลกหนังหุ้มปลายทุกครั้งที่ปัสสาวะ เพือ่ป้องกันปัสสาวะตกค้างหมักหมม หากตุ่มยังไม่หายไป หรือมีจำนวนเพิ่มมาอีก หรือมีอาการคันมาก แนะนำควรไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยและรักษาค่ะ