ถามแพทย์

  • มีตุ่มขึ้นที่อวัยวะเพศทำยังไงดีคับ

  •  ne04221
    สมาชิก

    ไม่กี่วันมานี้ผมได้สังเกตเห็นว่าที่โคนอวัยวะเพศมีตุ่มแดงๆขึ้นวันต่อมามันได้มีลักษณะคล้ายสิวหรือฝีและมีอาการเจ็บที่ต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบเมื่อกดลงไปและบวมนิดหน่อยจากปกติอยากทราบว่าผมเป็นอะไรกัรแน่

    ne04221  ne04221
    สมาชิก

    ne04221
    Sep 08, 2021 at 12:25 PM

    ไม่กี่วันมานี้ผมได้สังเกตเห็นว่าที่โคนอวัยวะเพศมีตุ่มแดงๆขึ้นวันต่อมามันได้มีลักษณะคล้ายสิวหรือฝีและมีอาการเจ็บที่ต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบเมื่อกดลงไปและบวมนิดหน่อยจากปกติอยากทราบว่าผมเป็นอะไรกันแน่ตอนนี้มันขึ้นมาเป็น2เม็ดแล้วแต่อยู่คนละที่กัน

     

    ne04221  ne04221
    สมาชิก

    ne04221
    Sep 08, 2021 at 12:25 PM

    ไม่กี่วันมานี้ผมได้สังเกตเห็นว่าที่โคนอวัยวะเพศมีตุ่มแดงๆขึ้นวันต่อมามันได้มีลักษณะคล้ายสิวหรือฝีและมีอาการเจ็บที่ต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบเมื่อกดลงไปและบวมนิดหน่อยจากปกติอยากทราบว่าผมเป็นอะไรกัรแน่

     

    สวัสดีค่ะ คุณ ne04221,

                      ตุ่มแดง ที่บริเวณโคนอวัยวะเพศ อาจเป็น

                  1. รูขุมขนที่อักเสบ จากการติดเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อรา มีลักษณะเป็นตุ่มแดง และมักเกิดขึ้นหลายตุ่ม อาจมีหนองเกิดขึ้น ดูคล้ายสิวได้ มีอาการเจ็บ และคันร่วมด้วย

                      สาเหตุอาจเกิดจากการโกนขน ถอนขน หรือใส่กางเกงชั้นในที่รัดแน่นเกินไป หรือเนื้อผ้าหยาบเกินไป

                  2. ผื่นแพ้หรือระคายเคืองจากสารเคมีต่างๆ ที่ไปสัมผัสโดนผิวหนังบริเวณนั้น เช่น แป้ง โลชั่น น้ำหอม เป็นต้น แต่มักจะมีอาการคันร่วมด้วย หรืออาจเกิดจากแมลงสัตว์กัดต่อยก็ได้

                 3.โรคเริมที่อวัยวะเพศ เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์  แต่จะเห็นเป็นตุ่มน้ำใส ขนาดเล็กๆ หลายๆตุ่ม อยู่ติดๆ กันเป็นกลุ่ม และจะมีอาการปวด เจ็บๆแสบๆ อาจร่วมกับอาการคัน ต่อมาตุ่มน้ำจะแตกออกเป็นแผลตื้นๆ แล้วจึงแห้งและตกสะเก็ดหายไปได้เอง

                  5. โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ เช่น ซิฟิลิส แผลริมอ่อน เป็นต้น ซึ่งในช่วงแรก จะเป็นตุ่มแดงได้ แต่ต่อมาก็จะแตกออกและกลายเป็นแผลในที่สุด

                  6. ซีสต์ไขมันผิวหนังขนาดเล็ก (epidermal inclusion cyst) จะคลำได้เป็นก้อนหรือตุ่มนิ่มๆ สีเดียวกับผิวหนัง ไม่เจ็บไม่ปวด แต่หากมีการอักเสบ ก้จะมีสีแดง และเจ็บ ปวดได้ 

                  7. ก้อนเนื้องอกชนิดต่างๆ เช่น ก้อนเนื้องอกหลอดเลือด ซึ่งจะเห็นเป็นสีแดงได้ 

                   ทั้งนี้ หากมีต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบบวมร่วมด้วย ก็น่าจะเกิดจากการอักเสบติดเชื้อ เช่น รูขุมขนอักเสบ หรือติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ต่างๆได้ แต่หากตุ่มไม่แตกออกและกลายเป็นแผล ก็น่าจะเป็นรุขุมขนอักเสบมากที่สุด

                     ในเบื้องต้น แนะนำให้ฟอกทำความสะอาดบริเวณที่มีตุ่มด้วยสบู่ฆ่าเชื้อ หลีกเลี่ยงการโกนหรือถอนขน ไม่ใส่กางเกงชั้นในและกางเกงที่รัดแน่นจนเกินไป ไม่ใช้อะไรมาทาผิวหนังที่อวัยวะเพศหรือใกล้อวัยวะเพศไป เช่น แป้ง โลชั่น น้ำหอม เป็นต้น หากตุ่มไม่หายไป หรือมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น หรือกลายเป็นหัวหนองหรือแผล ก็ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจรักษาค่ะ