ถามแพทย์

  • เป็นเริม ไปหาหมอได้ยามากินแล้ว 1 สัปาดห์ต่อมา มีตุ่มที่ขาหนีบ 1 ตุ่ม ไม่เจ็บ ไม่ปวด

  •  Ying52761114
    สมาชิก
    สวัสดีค่ะ ,,, ดิฉันมีตุ่มขึ้น 1 ตุ่ม ที่ขาหนีบข้างอวัยะเพศไม่เจ็บ ไม่ปวด ตอนแรกขึ้นเล็กๆ เหมือนฝื่น พอไปจับๆ บีบๆ เกามัน เหมือนมันเป็นไตและใหญ่ขึ้นเล็กน้อย ก่อนหน้าที่จะมีตุ่มขึ้นไปหาหมอ หมอบอกว่าเป็นเริมและได้ยามากกิน อาการก็ดีขึ้นแผลบริเวณอวัยวะเพศหายแล้วค่ะ หลังจากนั้นประมาณ 1 สัปดาห์ ก็มีตุ่มนี้ขึ้นลักษณะอย่างที่กล่าวไปข้างต้น กลัวจะเป็นฝีมะม่วงรึป่าวคะ ถ้ามีอาการเจ็บปวดหรือใหญ่ขึ้นกว่านี้คงจะไปหาหมอ แต่ตอนนี้อาการยังไม่มีอะไรเลยอยากขอคำแนะนำจากทางกลุ่มนี้ก่อนค่ะ ขอบคุณมากค่ะ

    สวัสดีค่ะ คุณ Ying52761114,

                 ตุ่มที่ขาหนีบ อาจเป็น

                 1. ต่อมน้ำเหลืองที่บริเวณขาหนีบโต ซึ่งมักเกิดจาก

                    - การติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ต่างๆ เช่น เริม หนองใน ซิฟิลิส แผลริมอ่อน ฝีมะม่วง เป็นต้น 

                    - การมีแผลอักเสบติดเชื้อบริเวณขาเป็น ๆ หายๆ หรือมีแผลเรื้อรังอยู่

                    -  ส่วนสาเหตุที่พบน้อย เช่น การติดเชื้อวัณโรค มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งของเซลล์ที่ผลิตเม็ดสี (malignant melanoma) เป็นต้น

                  2. ก้อนเนื้องอกของเนื่อเยื่อบริเวณนั้น เช่น ก้อนไขมัน ก้อนซีสต์ เป็นต้น 

                  3. ไส้เลื่อนขาหนีบ (inguinal hernia) มักทำให้มีอาการปวดหน่วงๆ บริเวณท้องน้อยและขาหนีบ ก้อนจะโตขึ้นในขณะที่ยกของหนัก ไอหรือจามแรงๆ และอาจหากไส้เลื่อนเคลื่อนไปที่ถุงอัณฑะก็จะทำให้ลำได้ก้อนที่อัณฑะด้วย

                   หากก่อนหน้านั้น มีประวัติการเป็นเริมมาก่อน ก็น่าจะเป็นต่อมน้ำเหลืองที่โตได้ค่ะ หากไม่ได้โตขึ้น ไม่เจ็บ ไม่ปวด แนะนำควรสังเกตอาการไปก่อนค่ะ ในเบื้องต้น ก็ไม่ควรไปจับ บีบ เกาตุ่มดัลกล่าวค่ะ แต่หากตุ่มโตขึ้น หรือมีอาการเจ็บ ปวด ก็แนะนำควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรักษาค่ะ ทั้งนี้ ไม่น่าจะเป็นฝีมะม่วง เพราะหากเป็นฝีมะม่วง ต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบมักจะโตหลายต่อม ร่วมกับอาการเจ็บและปวด บางครั้งอาจแตกออกกลายเป็นแผลได้ค่ะ