ถามแพทย์

  • เปลี่ยนยาสีฟัน แล้วมีอาการร้อนใน หลังจากร้อนในหาย มีอาการชาที่ปลายลิ้น พังผืดใต้ลิ้นสั้นลง ไม่สามารถห่อลิ้นได้ อันตรายไหม

  •  auau11
    สมาชิก
    ผมเคยห่อลิ้นได้ออกเสียง ร เรือชัด แต่มาช่วงไม่กี่วันมานี้ได้เปลี่ยนยาสีฟัน และมีอาการร้อนในหลังจากที่หายร้อนในมีอาการชาที่ปลายลิ้น จนวันนี้มาพบว่าพังผืดใต้ลิ้นนั้นสั้นกว่าเดิม รู้สึกลิ้นตึง ไม่สามารถห่อลิ้นได้เหมือนปกติและแลบลิ้นออกมาไม่ได้ดั่งเดิม แบบนี้มีอันตรายไหมครับ

    สวัสดีค่ะ คุณ auau11,

                         แผลร้อนในที่เกิดขึ้น หากเกิดหลังจากมีการเปลี่ยนยาสีฟัน ก็อาจเป็นผลมาจากสารเคมีในยาสีฟัน ที่ไประคายเคืองเยื่อบุช่องปาก และทำให้เกิดแผลร้อนในได้ ซึ่งหากแผลได้หายไปแล้ว ก็ไม่ได้ถือว่าผิดปกติหรืออันตรายอะไรค่ะ และเมือ่แผลร้อนในหาย โดยปกติก็จะไม่เกิดเป็นพังผืดตามมาค่ะ

                         ดังนั้น การที่รู้สึกว่าพังผืดใต้ลิ้นสั้นลง จนไม่สามารถห่อลิ้นได้ตามปกติ มีชาปลายลิ้น จึงไม่น่าเกิดเป็นผลตามมาจากแผลร้อนใน แต่อาจเกิดจากการระคายเคืองของสารเคมีในยาสีฟัน ที่อาจไประคายเคืองต่อเยื่อบุดังกล่าวไป และอาจทำให้การรับสัมผัสของปลายเส้นประสาทเล็กๆ ผิดปกติ จนทำให้รู้สึกชาตามมา และเมื่อเกิดอาการชา การห่อลิ้น การเคลื่อนไหวลิ้นจึงไม่เหมือนเดิมได้ค่ะ ดังนั้น แนะนำควรหยุดการใช้ยาสีฟันยี่ห้อนี้ไปก่อน และกลับไปใช้ยี่ห้อเดิมที่เคยใช้ หรืออาจแปรงด้วยน้ำเกลือไปก่อนค่ะ หากหยุดการใช้ยาแล้ว อาการค่อยๆ ดีขึ้น ก็แสดงว่าเกิดจากยาสีฟันค่ะ

                          แต่หากหยุดการใช้แล้ว อาการยังไม่หายไป ก็แสดงว่าเกิดจากสาเหตุอื่นๆ เช่น การทำงานของเส้นประสาทผิดปกติจากการมีปลายประสาทอักเสบจากโรคต่างๆ ซึ่งแนะนำควรไปพบแพทยฺ์เพื่อตรวจหาสาเหตุคะ่