ข้ามไปที่เนื้อหา
Pobpad

ปวดหัวเป็นๆหายๆ ร่วมกับอาการปวดคอ เป็นมา 4-5 ปี ควรไปพบแพทย์ไหมครับ

Surapan TooToo Nilnondสมาชิก

Dec 05, 2017 at 11:05 AM

สวัสดีครับผมคุณหมอ ตอนนี้ผมมีอาการปวดหัว และ ปวดคอ แบบนี้ครับผม อยากทราบครับว่า
1. ควรไปพบแพทย์ไหมครับ หรือ เป็นอาการปกติครับ

2. ควรเตรียมค่าตรวจ ค่ารักษา ไปประมาณเท่าไหร่ ครับผม 

-----------------------------
A. อาการปวดหัว :

- เวลาที่นอน เมื่อถึงเวลาที่หัวถึงหมอน จะรู้สึกเวียนหัวมากครับ เหมือนมีคนกดให้จมหมอนลงไป และ จะนอนหันหรือตะแคงหัวไปทางซ้ายขวาไม่ได้เลยครับเพราะ จะปวดศรีษะแบบทันทีจนต้องหันกลับมาตรงๆ แบบเดิมครับผม
- เวลาที่ลุกจากที่นอน ไม่ว่าจะลุกเบาและช้าแค่ไหน ก็จะรู้สึกเวียนศรีษะ จนบางทียืนแล้วจะล้มครับ

- บิดขี้เกียจแรงๆ (ยืดแขนไปข้างบน) ก้มมองอะไรนานๆ (เช่นมองป้ายราคาชั้นวางของในห้าง) หันหัวไปทางซ้ายขวาแรงๆ (เช่นส่ายหน้า) จะรู้สึกมึนๆ บางทีก็เหมือนจะเซครับ

อาการปวดหัวดังกล่าวเดิมทีจะเดี๋ยวมาเดี๋ยวหาย ซึ่งน่าจะเป็นมาได้สักสี่ปีครับ แต่ ช่วงนี้เป็นตลอดโดยเฉพาะตอนนอนและตื่นนอนครับผม

-----------------------------

B. อาการปวดคอ :

เป็นมาหลายปีแล้วครับคงเพราะ นั่งทำงานหน้าคอมนานๆ ต่อกัน อาการคือจะปวดคอต้องหมุนคอไปทางซ้ายขวาครับ (ไม่แน่ใจว่าอาการปวดคอเกี่ยวกับอาการปวดหัวหรือสายตาสั้นหรือไม่ครับ) แต่ที่รู้สึกไม่ดีคือเป็นมาน่าจะนานกว่า 5 ปี ครับ และ เริ่มมีคนรอบข้างบอกว่า ไม่ถึงห้านาทีผมหมุนคอไปสองสามครั้ง มันเสียบุคลิกครับผม

-----------------------------
ขอบคุณครับคุณหมอ
ปล ผมอายุ 30 สูง 177 หนัก 90 เป็นนักศึกษาบัณฑิตศึกษา ไม่เคยมีโรคประจำตัวครับ 

แพทย์หญิงสลิล แพทย์

Dec 05, 2017 at 01:12 PM

สวัสดีค่ะ คุณ Surapan TooToo Nilnond,

             A. อาการ เวียนหัว แบ่งออกเป็น

              1. กลุ่มที่มีอาการมึนงง มึนหัว หรือรู้สึกเวียนหัวเพียงอย่างเดียว โดยไม่มีอาการบ้านหมุน หรือสิ่งรอบตัวหมุน อาจรู้สึกเหมือนศีรษะเบาๆ ลอยๆ คล้ายจะหน้ามืด อาการแบบนี้มักสัมพันธ์กับแรงดันเลือดและปริมาณเลือดที่ไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ สาเหตุได้แก่

                      - การเปลี่ยนท่าทางเร็วไป เช่น นั่งหรือนอนอยู่แล้วลุกขึ้นทันที มักพบในผู้สูงอายุ หรือมีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ 

                     - จากการขาดน้ำในร่างกาย เช่น ไข้ ท้องเสีย อาเจียน 

                    - โลหิตจาง เกร็ดเลือดสูง

                    - อาจเป็นอาการร่วมของโรคอื่นๆ เช่น ไข้หวัด ภูมิแพ้ 

                    - ภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนต่ำ

                    - จากความเครียด วิตกกังวล พักผ่อนไม่เพียงพอ

              2.อาการเวียนศีรษะแบบบ้านหมุน (vertigo) คืออาการที่รู้สึกเหมือนสิ่งแวดล้อมรอบตัวหมุนได้ แม้ว่าจะยืนหรือนั่งอยู่กับที่ หรือตัวเองหมุน ทั้งที่ไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ มีเดินเซ ล้ม หรือทรงตัวไม่ได้ รวมไปถึงรู้สึกคลื่นไส้ อาเจียน มีการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติของลูกตา ตากระตุก และอาการเกี่ยวกับการได้ยินเสียง เช่น หูอื้อ เสียงดังรบกวนในหู  

                    สาเหตุ ได้แก่

                   - โรคของหู เช่น ตะกอนหินปูนในหูชั้นในหลุด หรือ โรคหินปูนในหูชั้นในเคลื่อน (BPPV) โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน  (Meniere's Disease) หูชั้นในอักเสบจาการติดเชื้อของหูชั้นกลาง หรือเป็นภาวะแทรกซ้อนจากการติดเชื้อซิฟิลิส ไวรัสต่างๆ การใช้ยาบางชนิดที่มีผลต่อระบบประสาททรงตัวในหูชั้นใน เป็นต้น

                  - เสนประสาทการทรงตัวอักเสบ (vestibular neuronitis)

                  - เนื้องอกของประสาททรงตัว (vestibular schwannoma)

                  - เนื้องอกในสมอง

                  - ความผิดปกติของระบบไหลเวียนโลหิตที่ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองรวมถึงระบบประสาททรงตัวไม่พอ โดยจะเกิดในผู้ที่มีไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง สูบบุหรี่ เป็นเบาหวาน เลือดข้นกว่าปกติหัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ รวมไปถึงโรคกระดูกคอเสื่อมที่อาจทำให้มีกระดูกงอกไปกดหลอดเลือดขณะที่มีการแหงนศรีษะหรือหันศีรษะ

             B. สำหรับอาการปวดต้นคอนั้น โดยส่วนใหญ่มักเกิดจากกล้ามเนื้อต้นคอแข็งเกร็ง จากการใช้งานกล้ามเนื้อคอที่ผิดท่าและนานเกินไป เช่น นั่งทำงานนานเกินไปโดยไม่เปลี่ยนอิริยาบถ นอนหลับแล้วหันคอผิดท่า ก้มหน้าเล่นโทรศัพท์มือถือหรืออ่านหนังสือเป็นเวลานาน เป็นต้น นอกจากนี้อาจเกิดจากการได้รับบาดเจ็บที่คอจากอุบัติเหตุ ทำให้ข้อต่อหรือเอ็นของคอได้รับความเสียหาย และทำให้กล้ามเนื้อคอตึง 

                แต่เนื่องจากคุณ  Surapan TooToo Nilnond  มีอาการเวียนหัว (ที่มีลักษณะของเวียนหัวแบบบ้านหมุน) ร่วมด้วย สาเหตุจึงอาจเกิดจากการมีกระดูกสันหลังส่วนคอเสื่อม ซึ่งนอกจากปวดต้นคอ คอแข็งตึงแล้ว มักมีอาการปวดร้ามาที่ไหล่ แขน จนถึงมือได้ อาจมีอาการชา หรือเสียวแปล๊บๆ ที่แขนร่วมด้วย  

            แนะนำให้คุณ Surapan TooToo Nilnond ไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุนะคะ ซึ่งต้องอาศัยการตรวจร่างกายที่ละเอียด การตรวเลือดเพิ่มเติม และหากแพทย์สงสัยว่ามีโรคกระดูกคอเสื่อม อาจต้องมีการเอ๊กซเรย์ดูเพิ่มเติมค่ะ สำหรับค่ารักษาจะขึ้นอยู่กับแต่ละโรงพยาบาลค่ะ สามารถสอบถามกับโรงพยาบาลก่อนเริ่มตรวจและรักษาได้ค่ะ

              ในเบื้องต้น ควรหลีกเลี่ยงการนั่งทำงานติดต่อกันนานเกินไป ควรพักอิริยาบทบ้าง และควรนั่งในท่าที่ถูกต้อง ไม่นั่งก้มคอและหลังจนเกินไป ไม่ก้มๆเงยๆ บ่อยเกินไป ไม่หนุนหมอนสูงไป เป็นต้น ควรออกกำลังเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและเอ็นบริเวณคอ โดยดูตัวอย่างได้ ที่นี่ ขอให้อาการดีขึ้นนะคะ