ถามแพทย์

  • ปวดหน่วงอัณฑะ

  •  M'k Snob
    สมาชิก
    สอบถามครับคือผมมีอาการปวดหน่วงท้องเวลาช่วยตัวเองแล้วเมื่อเดือนก่อนผมไปหาหมอระบบทางเดินปัสสาวะ หมออัลตร้าซาวน์ดูบอกว่ามีก้อนซี๊ดเล็กๆบวกกันมีเส้นเลือดดำในอัณฑะขอดแล้วมีส่งน้ำเชื้ออักเสบร่วมด้วย หมอจ่ายยาฆ่าเชื้อกับยาแก้ปวดทามาดอลมาครับช่วงกินแรกๆอาการดีขึ้น ต่อมาหนึ่งเดือนอาการปวดแบบเดิมเริ่มกลับมาแต่ครั้งนี้ผมยังไม่ได้ช่วยตัวเองคือแค่เดินๆอยู่ก็มีอาการหน่วงๆขึ้นมา กินยาแก้ปวดก็รู้สึกเบาเทาได้ไม่มาก อยากทราบมันเกิดจากอะไรและควรทำยังไงไม่ให้ปวดอีกครับ
    M'k Snob  พญ.นรมน
    แพทย์

     สวัสดีค่ะคุณM'k Snob

    อาการปวดหน่วงตรงอัณฑะและท้องน้อยอาจจะเกิดจาก  เส้นเลือดขอดบริเวณอัณฑะ โดยสังเกตุเห็นเส้นเลือดที่โป่งพองออกมาบริเวณถุงอัณฑะ การทิ้งไว้นานๆโดยไม่รักษาเสี่ยงต่อการเป็นหมันได้ อัณฑะอักเสบจากการติดเชื้อ  อัณฑะบิวขั้ว ถุงน้ำที่อัณฑะ ไส้เลื่อนเ ป็นต้น

    โดยหากมีภาวะเส้นเลือดดำขอดและมีท่อน้ำเชื้ออักเสบนั้น ควรได้รับการรักษาด้วยยาฆ่าเชื้อให้ครบตามที่แพทย์สั่ง กลับไปติดตามอาการตามนัด กินยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการได้ งดการมีเพศสัมพันธ์หรือการทำกิจกรรมทางเพศไปก่อน ใส่เสื้อผ้าที่ระบายได้ดี ไม่กดรัด

    หากหลังกินยาฆ่าเชื้อครบ ยังมีอาการดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง อาจจะมีภาวะแทรกซ้อน หรืออาจเป็นเชื้อที่ไม่ตนอบสนองต่อยา ควรกลับไปพบแพทย์เพื่อตรวจซ้ำ แต่ส่วนใหญ่ อาการปวดจะยังมีอยู่ได้ประมาณ 1-2 สัปดาห์ และจะค่อยๆุทุเลาไปค่ะ