
Aug 03, 2020 at 11:49 AM

Aug 03, 2020 at 11:49 AM

Aug 03, 2020 at 12:19 PM
สวัสดีค่ะ คุณ Jindarat Rongkankewa,
หากหยุดฉีดยาคุมกำเนิดไปแล้ว 1-2 เดือน แล้วได้มีประจำเดือนมาแล้ว แสดงว่าการทำงานของรังไข่ได้กลับมาเป็นปกติแล้ว แต่หากหลังจากนั้น เกิดมีเลือดออกกะปริดกะปรอยขึ้นมา แสดงว่าอาจเกิดจาก
- มีการตั้งครรภ์แล้วมีภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้น เช่น แท้งคุกคาม เป็นต้น
- มีการอักเสบติดเชื้อในโพรงมดลูก แต่มักมีอาการปวดท้องน้อยและตกขาวที่ผิดปกติร่วมด้วย
- มีโรคที่มดลูก เช่น เนื้องอกมดลูก มีติ่งเนื้อในโพรงมดลูก เยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวผิดปกติ มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก มะเร็งปากมดลูก เป็นต้น
- มีโรคในระบบอื่นๆ เช่น มีภาวะเกร็ดเลือดต่ำ ภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนผิดปกติ เป็นต้น
- ผลจากการใช้ยาฮอร์โมนอื่นๆ เช่น ยาสตรี สมุนไพร อาหารเสริมต่างๆ เป็นต้น
หากหลังจากที่หยุดฉีดยาคุม ได้มีเพศสัมพันธ์ แนะนำควรลองตรวจหาการตั้งครรภ์ดูด้วยค่ะ หากตรวจไม่พบ หรือไม่ได้มีเพศสัมพันธ์ แต่ยังคงมีเลือดออกผิดปกติ ก็ควรไปพบสูติ-นรีแพทย์เพื่อตรวจหาและรักษาค่ะ