ถามแพทย์

  • ทำไมถึงไม่ติดโควิดทั้งที่มีความเสี่ยงสูง

  •   tttttt
    สมาชิก

    อยากสอบคุณหมอครับผมมีความเสี่ยงรอบมากแต่ตรวจแล้วก็ยังไม่พบเชื้อ

    แต่มีอาการไอมาเป็นสองอาทิตย์แล้วคันคอเหมือนมีไข้อ่อนๆเป็นๆหายๆแต่ไอตลอดเวลา

    เลยไม่มั่นใจว่าตัวเองมีความเสี่ยงไหมหรือเป็นอะไรกันแน่กลัวตัวเองเป็นพาหะนำเชื้อเหมือนกัน

    โดยครั้งที่1มีความเสี่ยงที่จะติดกับคนที่บ้านโดยกินข้าวร่วมกัน พอตรวจก็ไม่พบเชื้อ

    ครั้งที่2 มีความเสี่ยงจากคนทที่ทำงานโดยนั่งใกล้ชิดกันโดยไม่สวมหน้ากากอนามัย ตรวจก็ไม่พบเชื้อ

    ครั้งที่3 มีความเสี่ยงจากแฟนซึ่งได้มีเพศสสัมพันธ์กันโดยหลังจากมีเพศสัมพันธ์เสร็จแฟนได้ไปตรวจแล้วพบว่าตัวเองติดเชื้อ ซึ่งผมก็ไปตรวจแต่ไม่พบเชื้อเหมือนเดิม

    ซึ่งครั้งที่สองและสามอยู่ในช่วงเวลาเมื่อ1-2อาทิตย์ที่ผ่านมา และได้ไปตรวจRTPCRแล้วเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาแต่ก็ไม่พบ แต่ตรวจ ATKหลายยี่ห้อมากก็ไม่ขึ้นน แต่ข้อสงสัยคือททำไมยังไอตลอดเวลาและมีไข้

    โดยผมได้ฉีดวัคซีนวัคซีน ซิโนฟาม+ซิโนฟาม+แอคต้า+ไฟเซอร์และได้ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ด้วย มันจะมีผลในเรื่องที่ตรวจไม่พบด้วยไหมครับ

    สวัสดีค่ะ คุณ tttttt,

                          หากได้ตรวจ ATK หลายครั้ง และตรวจ RT-PCR ด้วยแล้ว ไม่พบว่ามีการติดเชื้อโควิด 19 ก็แสดงว่าไม่ได้มีการติดเชื้อค่ะ ส่วนการที่ฉีดวัคซีนไป 4 ครั้ง ไม่ได้มีผลทำให้ตรวจไม่พบเชื้อค่ะ แต่การที่ฉีดไป 4 ครั้ง อีกทั้งฉีดกันคนละยี่ห้อ อาจทำให้ระดับภูมิคุ้มกันขึ้นสูง และช่วยป้องกันการติดเชื้อได้ดีค่ะ ดังนั้น แม้จะมีการใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ อีกทั้งมีการทานอาหารร่วมกัน ภูมิคุ้มกันที่มีอยู่ อาจช่วยป้องกันการติดเชื้อได้ดีค่ะ

                            สำหรับอาการไอตลอด และมีไข้เป็นๆ หายๆ อาจเกิดจากสาเหตุอื่นๆ โดยในเบื้องต้น ควรวัดอุณหภูมิร่างกายหลายๆ เวลาในแต่ละวัน หากมีไข้จริง สาเหตุอาจเกิดจากการติดเชื้อในทางเดินหายใจ เช่น หลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบ วัณโรคปอด เชื้อราในปอด ฝีในปอด เป็นต้น

                       แต่หากวัดแล้วไม่มีไข้ สาเหตุอาจเกิดจาก 

                     - โรคปอดอักเสบเรื้อรังที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ เช่น หลอดลมโป่งพอง โรคทางเดินปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD), โรคพังผืดในปอดชนิดต่างๆ เป็นต้น 

                     - กรดไหลย้อน อาจทำให้เกิดอาการไอได้จากน้ำย่อยที่ไหลย้อนขึ้นมาระคายเคืองบริเวณลำคอและอาจไหลลงสู่หลอดลม จึงกระตุ้นให้เกิดการไป แต่มักมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น แสบร้อนกลางอก จุกแน่นลิ้นปี่ เรอบ่อย รู้สึกเปรี้ยวหรือขมที่ลำคอ คลื่นไส้หลังทานอาหาร อิ่มเร็ว เป็นต้น

                    - โรคหอบหืด อาการมักจะกำเริบขึ้นเมื่อโดนกระตุ้นจากสิ่งที่แพ้ อุณหภูมิที่เย็น การออกกกำลังกาย หรือความเครียด บางรายอาจมีเฉพาะอาการไอได้ แต่ส่วนใหญ่มักมีอาการอื่นๆ ร่วม เช่น หายใจลำบาก หายใจขัด แน่นหน้าอก หายใจมีเสียงดังวี๊ดๆ หอบเหนื่อย เป็นต้น

                    - ผลข้างเคียงจากการใช้ยาบางชนิด โดยเฉพาะยาลดความดันโลหิตกลุ่ม ACE inhibitor 

                     ดังนั้น หากมีอาการไอไม่หาย หรือมีไข้ร่วมด้วยก็ตาม แนะนำควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุค่ะ ในเบื้องต้น ควรดื่มน้ำเปล่ามากๆ  งดน้ำเย็น ไม่ดื่มชา กาแฟ โกโก้ และแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงการโดนอากาศเย็น หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ที่มีฝุ่นละอองมาก เป็นต้น และหากมีไข้ ควรระวังการแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่นด้วย เพราะอาจมีการติดเชื้อในหลอดลม ในปอด หรือเป็นวัณโรคปอดดังกล่าวไปค่ะ