ถามแพทย์

  • คันบริเวณถุงอัณฑะ

  •  Puppet
    สมาชิก

    สวัสดีครับคุณหมอ พอดีตัวผมคันบริเวณถุงอัณฑะหน่ะครับ เวลาเหงื่อออกจะเเสบและคันมากเลย เวลายิ่งเกาก็ยิ่งคัน คันมาประมาณ2-3 สัปดาห์ได้แล้วซื้อพวกยาครีมมาทาก็ไม่ค่อยหาย แล้วก็รู้สึกจิ๊กๆเหมือนมีอะไรกัดแต่พอมองดูก็ไม่มีตัวอะไรเลยครับ 

    สวัสดีค่ะ คุณ Puppet,

                  อาการคันที่อัณฑะ อาจเกิดจาก

                 1. การแพ้สัมผัสหรือระคายเคืองจากสารเคมีต่างๆ เช่น อาจแพ้ผงซักฟอก  หรือน้ำยาที่ใช้ซักกางเกงใน แพ้น้ำยาปรับผ้านุ่ม แพ้แป้งหรือน้ำหอมที่นำมาทาบริเวณอวัยวะเพศภายนอก เป็นต้น แต่มักจะเห็นผื่นนูนแดงร่วมด้วย

                  2. สังคัง หรือโรคกลาก เป็นโรคติดเชื้อรากลุ่มเดอร์มาโตไฟต์ (dermatophyte) ที่ผิวหนัง ที่เกิดบริเวณขาหนีบ อวัยวะเพศ รอบทวารหนัก รวมถึงถุงอัณฑะได้ อาการเริ่มแรกมักจะเห็นเป็นตุ่มแดงๆ แล้วค่อยๆ ลามออกไปจนมีลักษณะเป็นวงสีแดงที่มีขอบเขตชัดเจน มักมีตุ่มน้ำใสเล็กๆ หรือขุยขาวๆ อยู่รอบวง ร่วมกับมีอาการคันมาก 

                   3. ติดเชื้อราชนิดแคนดิดา มักมีผื่นนูนหรือเป็นปื้นแดงให้เห็น ร่วมกับมีอาการคันมาก 

                    4. เป็นโลนที่ขนอวัยวะเพศ หรือเหาที่ขนอวัยวะเพศ  อาการคือจะคันมาก โดยเฉพาะในเวลากลางคืน ส่วนที่ผิวหนัง อาจเห็นรอยช้ำเล็กๆ จากการโดนกัด และหากสังเกตใกล้ๆ ก็อาจจะเห็นตัวและไข่เกาะตามขนได้

                   5. โรคหิด โดยจะมีตุ่มนูนแดงเล็กๆ หรือตุ่มน้ำใสเล็กๆ ซึ่งเป็นจุดที่หิดขุดผิวหนังเข้าไปอยู่ และจะทำให้มีอาการคันมาก โดยเฉพาะเวลากลางคืน

                  ในเบื้องต้น ให้หลีกเลี่ยงการใช้สิ่งต่างๆ ที่อาจแพ้ไปก่อน เช่น งดการทาแป้ง โลชั่น ฉีดน้ำหอมบริเวณใกล้อวัยวะเพศ ไม่ใช้สบู่ที่รุนแรงฟอก พยายามอย่าให้บริเวณอวัยวะเพศและขาหนีบอับชื้น ใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี ไม่ใส่กางเกงชั้นในและกางเกงในที่รัดแน่นจนเกินไป หากมีเหงื่อออกมาก ก็พยายามซับให้แห้ง หรืออาบน้ำบ่อยๆ หลีกเลี่ยงการเกา เพราะอาจทำให้ติดเชื้อแบคทีเรียตามมมาได้ หากคันมาก อาจทานยาแก้แพ้แก้คันร่วมด้วย เช่น ไฮดรอกไซซีน (hydroxyzine) , chlorpheniramine (CPM) เป็นต้น หากอาการไม่ดีขึ้น ก็ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุและรักษาค่ะ